วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ความจริงที่ควรอ่าน ของโสมเกาหลี แปะก๊วย หรือ โกจิเบอรี่

  1. โสมเกาหลี  

โสมเกาหลี" href="http://www.thaiherbweb.com/product-type/3294/โสมผสมใบแป๊ะก้วย.html">โสมเกาหลี แปะก๊วย โกจิเบอรี่ สมุนไพรสุขภาพ

ทำไมยาอายุวัฒนะถึงต้องราคาแพง ทำไมยาอายุวัฒนะถึงต้องหาซื้อยาก ก็ต้องมีที่มาที่ไปกันหละนะว่า ทำไม ซึ่งยาอายุวัฒนะที่พูดถึงนี่ก็คือ โสมเกาหลี นั่นเอง เรามาทำความรู้จักกับโสมทั้งให้ด้านสุขภาพ และ ด้านความงามกัน แต่ก่อนที่จะได้ถึงจุดนั้น เรามาทำความรู้จักกับการก่อกำเนิดของโสมแบบฉบับย่อกันก่อน

โดยทั่วไปแล้วถ้าเราพูดถึงโสม ทุกคนก็จะบอกเป็นคำเดียวว่า อ้อ #โสมเกาหลี คำตอบที่ถูกคือ ถูกต้องนะครับ แต่ทว่า ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ อันที่จริงแล้ว โสม มีถิ่นฐานหลักๆอยู่ทั้งหมด 3 แหล่งด้วยกัน คือ

เอเชียน จินเซ็ง : นั่นก็คือ #โสมเกาหลี ซึ่งก็ปลูกในประเทศเกาหลีและในประเทศจีน โดยค้นพบว่า โสมเอเชียของเรานี้เป็นโสมที่มีประโยชน์สูง และยังรวมไปถึงเป็นโสมที่มีคุณค่าทางอาหารสุงสุดอีกด้วย

อเมริกัน #จินเซ็ง : โสมอเมริกา มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในแถบประเทศอเมริกา โดยยังพบว่า โสมอเมริกานี้มีคุณประโยชน์และคุณค่าทางอาหารรวมไปถึงประโยชน์ในด้านการรักษาด้วยกว่าโสมที่มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในประเทศแถบเอเชีย

ไซบีเรียน จินเซ็ง : โสมไซบีเรีย ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ซึ่งมีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในไซบีเรีย โดยเมื่อเทียบด้านคุณประโยชน์และคุณค่าทางอาหารแล้ว โสมไซบีเรีย มีผลด้านการรักษาด้วยกว่า โสมสองแหล่งแรก

ในท้องตลาดกว่า 90% พบว่า ผลิตภัณฑ์จากโสม เป็นโสมที่มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในประเทศจีน และ เกาหลี และยังพบอีกว่า กว่า 70% เป็นโสมที่มาจากประเทศเกาหลีทั้งสิ้น เพราะโสมจากเกาหลีได้รับขนานนามว่าเป็นโสมที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก

กว่าที่ชาวบ้านจะปลูกโสมให้พวกเราได้สรรหามาเ ป็นเจ้าของได้นั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมโสมถึงมีคุณค่าทางอาหารสูงสุด เพราะระยะเวลานานมากขนาดนี้จึงส่งผลให้ส่วนรากของโสมเก็บกักอาหารไว้ได้มาก #รากโสม จึงเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ และลักษณะของรากโสมนั้นมีรูปร่างคลับคล้ายคลับคลาไปทางรูปร่างของมนุษย์ มีหัว ตัว แขน ขา พร้อมสรรพ อีกทั้งเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว ที่ดินที่ปลูกโสมก็ยังไม่สามารถนำไปเพาะปลูกพืชผลอะไรได้ ให้ดีที่สุดต้องปลูกถั่วเพื่อให้อาหารกับดิน เพราะดินบริเวณที่ปลูกโสมนั้น จะเป็นพื้นดินที่ไม่มีธาตุอาหารแต่อย่างใดแล้ว เพราะโสมเค้าพากันเก็บกักไว้ที่รากของเค้าจนหมด ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง จึงส่งผลราคาโสมนั้นเรียกได้ว่า แพงมากมาย โดยโสมที่เรารู้จักกันนั้น แบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ

#โสมแดง : คือ เราขุดโสมมาแล้วเราตัดรากแก้ว รากฝอยออกให้หมด แล้วนำไปอบไอน้ำ คุณค่าทางอาหารของโสมประเภทนี้จึงอยู่ครบถ้วน จึงถูกจัดว่าเป็นโสมที่มีคุณประโยชน์สูงสุด

โสมขาว : กระบวนการถนอมรักษาเบื้องต้นเหมือนโสมแดง แต่เพิ่มเติมโดยการนำโสมไปแช่น้ำเชื่อมทั้งนี้เพื่อให้สามารถเก็บโสมไว้ได้นานขึ้น หรือ อีกนัยเพื่อให้สามารถเก็บนำไปทำเป็นอาหารหรือแปรรูปอื่นๆได้อีก การที่นำโสมไปผ่านกระบวนการมากขึ้นจึงเป็นลดคุณประโยชน์ของโสมลงโดยปริยาย ดังนั้นราคาโสมขาวจึงถูกกว่าโสมแดง

โสมแห้ง : เหมือนการทำผักตากแห้งบ้านเรา คือ นำโสมมาตัดรากฝอย แล้วนำไปตากแห้งก่อน แล้วค่อยอบ

โสมสกัด : ตัวนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นการนำ ทุกส่วนของโสมมาแปรรูปด้วยการสกัดเพื่อเป็นสารตั้งต้นในการทำอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางค์

หากหลายๆท่านที่เคยไปเที่ยวชมไร่โสมที่ประเทศเกาหลีมาแล้ว ลองสังเกตุหรือนึกย้อนกลับไปดีๆ ท่านจะพบว่า ชาวสวนโสมนั้น มีผิวพรรณที่ดีมาก แม้ว่าจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังดูเปล่งปลั่ง #ผิวพรรณหน้าตาดูสดใส แก้มเป็นสีชมพู ดูมีเลือดฝาด รวมทั้ง ยังดูกระปรี้กระเปร่า #กระฉับกระเฉง ดูพวกเค้าไม่เครียด ก็เพราะชาวสวนปลูกโสมก็ต้องทานโสมเป็นเรื่องปกติ ลักษณะการทานของเค้าเหมือนทานหัวมันต้มบ้านเรา หรือ เอาไปเป็นเครื่องเคียงทานร่วมกันกับกิมจิ เมื่อทานบ่อยๆเข้าร่างกายก็จะได้รับประโยขน์จากโสมมากขึ้นเรื่อยๆ เลยทำให้ชาวสวนโสมดูไม่แก่ตามวัย เพราะอะไรก็เพราะในโสมมีสารชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาข้างต้น สารตัวนี้คือ สารชาโปนิน ซึ่งทำหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดี หรือพูดง่ายๆสารชาโปนินจะช่วยล้างสิ่งสกปรกต่างๆออกจากร่างกายของเรา จึงส่งผลให้ทุกส่วนของร่างกายรวมไปถึงอวัยวะภายในสะอาดและมี#ภูมิคุ้มกัน อยู่ตลอดเวลา

เมื่อคุณสมบัติของโสมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายมหาศาลเช่นนี้ ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการทานโสมคือ ช่วงเวลาที่ท้องว่าง ร่างกายจะสามารถดูดซึมสารสกัดที่เราได้รับจากโสมเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีที่สุด แต่ถ้าใครไม่อยากฝีนใจตัวเองว่าต้องทานโสมตอนไหนก็ไม่เป็นไร เพราะโสมเกาหลี คือแหล่งอาหารอันทรงคุณค่า จึงไม่มีข้อแม้ในการทาน เราสามารถทานโสมได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกายในด้านการรักษาว่าต้องการปริมาณโสมที่มากหรือน้อยกว่าเพียงใดเท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ในรากของโสมนั้นมีสาร #จินเซ็นโนไซด์ ซึ่งสารชนิดนี้มีหลายชนิด โดยจินเซ็นโนไซด์นั้นจะสะสมอยู่ในส่วนต่างๆของรากโสม โดยเราอาจจะรู้สึกแปลกใจเมื่อทราบว่า ส่วนที่มีจินเซ็นโนไซด์น้อยที่สุด คือส่วนตัว รองลงมาคือส่วนแขนขา และส่วนที่มีมากที่สุดคือ ส่วนหัว

ดังนั้นหากเราได้มีโอกาสได้ทานโสมหละก็ ไม่ต้องเกี่ยงว่าจะเป็นส่วนไหนขอบอกว่า ท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่โชคดีเพราะครั้งหนึ่งในชีวิตท่านได้มีโอกาสได้ทานพืชที่มีประโยชน์และคุณค่าอย่างสูงสุดแล้วhttp://goo.gl/FQD7La   

               

                                        แปะก๊วย" href="http://www.thaiherbweb.com/product/223221/โสมเกาหลี6ปีผสมใบแปะก้วยแคปซูล.html">โสมเกาหลี ผสม แปะก๊วย

 

ทำไมต้องโสมของร้านนี้

เพราะร้านนี้เราใช้เฉพาะโสมเกาหลี เท่านั้น ไม่ใช่โสมอเมริกา สรรพคุณคนละระดับทานของดีคุ้มค่าผลิตจากรากโสมเกาหลีสด เกรด A อายุ 6 ปี มาผ่านกระบวนการทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว เพาะป้องกันเอ็มไซด์จะทำลายสารจินเซนโนไซน์ในรากโสม หลังจากผ่านกรรมวิธีทำให้แห้งแล้ว ก็นำมาบดเป็นผงละเอียด 100% ผ่านการตรวจสอบแล้วควบคุมความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แล้วนำมาบรรจุแค็ปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม

ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพราะผู้ผลิตโสมมีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน

  • มีผลต่อสมรรภาพของร่างกาย / ป้องกันความชรา

  • ช่วยป้องกันความอ่อนเพลีย , ความเมื่อยล้า

  • ทำให้ร่างกายมีความทนทานต่อการทำงานหรือการออกกำลังกายได้ยาวขึ้น ช่วยให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ

  • ช่วยฟื้นฟูความสมบูรณ์ของร่างกาย โดยเฉพาะหลังอาการเจ็บป่วย

  • ป้องกันความชรา กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ของอวัยวะต่างๆ

  • ผลต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต / ความดันโลหิต / ปริมาณน้ำตาลในเลือด

  • ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ขจัดไขมันตามผนังหลอดเลือด

  • ขจัดสารพิษต่างๆในเลือด ช่วยให้เกล็ดเลือดมีความสมบูรณ์

  • กระตุ้นการเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว ป้องกันโรคโลหิตจาง

  • ปรับระบบความดันของโลหิต ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

  • ป้องกันการช็อกในภาวะที่เสียเลือดมาก ช่วยในสตรีที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับรอบเดือน

  • บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

  • ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน

  • ผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

  • ช่วยปรับสภาพร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล ป้องกันการติดเชื้อ

  • เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ สุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ เป็นหวัดง่าย แพ้อากาศ ไอหรือจามบ่อยๆ

  • ผลต่อระบบประสาทสัมผัส และระบบความจำ

  • ใช้กระตุ้นให้ร่างกายมีความตื่นตัว ป้องกันและลดความเครียด

  • ทำให้สมองปลอดโปร่ง เสริมสร้างระบบความจำ

  • ยืดอายุเซลล์สมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย

  • ผลต่อระบบการย่อย การดูดซึมและการขับถ่าย

  • ช่วยป้องกันโรคอ้วน ไขมันสะสม ฮอร์โมนผิดปกติ

  • โรคลำไส้อักเสบ

  • ท้องผูก ริดสีดวงทวาร

  • ผลต่อระบบอวัยวะภายใน (หัวใจ ตับ ปอด ม้าม ไต)

  • ควบคุมการผลิตและการทำงานของฮอร์โมนต่างๆให้อยู่ในภาวะสมดุล ป้องกันอาการเสียหาย

  • เสริมสร้างความแข็งแรงของอวัยวะภายในต่างๆ

  • ผลต่อระบบสืบพันธุ์และสมรรถภาพทางเพศ

  • กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนทางเพศ

  • ฟื้นฟูความสมบูรณ์ของเสปิร์ม และไข่

  • เพิ่มปริมาณและความแข็งแรงของเสปิร์ม

ข้อควรระวังในการใช้


1.ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ ควรใช้เป็นช่วงๆ คือนาน 1-2 เดือน แล้วหยุด 1-2 เดือน แล้วเริ่มใหม่ เพราะโสมเป็นสมุนไพรมีประโยชน์สุง มีความร้อนสูงจึงควรทานเว้น ทานเว้น
2.ควรทานโสมก่อนอาหาร 3 ชั่วโมง และไม่ควรทานพร้อมวิตามินซี หรือผลไม้รสเปรี้ยว
3.อาจพบอาการข้างเคียงถ้าใช้ในขนาดสูงกว่าที่แนะนำ เช่นความดันโลหิตสูง ตื่นเต้น กระวนกระวาย ท้องเสีย เป็นผื่นที่ผิวหนัง นอนไม่หลับ ซึ่งเรียกว่า “ginseng abuse syndrome”

 

 

 

 



เครดิต : http://www.thaiherbweb.com/product-type/3300/พลังโสมแท้-(6ปี).html

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หากรู้สึกหย่อนยาน ทานรากสามสิบ สมุนไพรกระชับช่องคลอด

รากสามสิบ รากสามสิบ.html">

สาวร้อยผัว ภูมิปัญญาสมุนไพรที่ใกล้จะถูกลืม


อาจจะเป็นเพราะรากฐานของการให้ความสนใจและความรู้ต่อสมุนไพรไทยของบ้านเรายังน้อยไปหรือไม่ ที่ทำให้ในปีหนึ่งๆ ประเทศไทยต้องนำเข้ายาจากต่างประเทศมูลค่านับ 4.5-5หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เมื่อเทียบกับในประเทศที่เจริญแล้วที่จ่ายค่ายาเพียงร้อยละ 10-15 เท่านั้น
ทั้งๆ ที่ภูมิปัญญาพื้นบ้านในด้านการรักษาและตัวสมุนไพรของไทยเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ ต้องการมากจนถึงกับดั้นด้นและพยายามจดสิทธิบัตรเพื่อครอบครองเป็นของตนเองให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ  จากการที่นิตยสาร Herb for Health มีโอกาสได้ไปพูดคุยสัมภาษณ์พี่ต้อม หรือ ภ.ญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งได้ให้ความคิดเห็นว่า “จริงๆ แล้วสังคมไทยให้ความสำคัญกับการต่อยอดมากกว่าที่จะกลับไปดูรากและให้คุณค่ากับภูมิปัญญาโดยแท้จริงแล้ว บ้านเรายังมีอะไรอีกมากที่น่าสนใจ แต่เราขาดความเอาใจใส่หรืออาจหลงลืม ทำให้ภูมิปัญญาหายไป เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำอย่างไรให้ภูมิปัญญาเหล่านั้นได้รับการเหลียวแล และทำให้กลับมาสุ่การใช้ในสังคมปัจจุบันได้

รากสามสิบ

#สมุนไพร่ไทยบางตัว เช่น มังคุด แต่ก่อนคนไม่ค่อยเห็นคุณค่า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเปลือกมังคุดเป็นสารที่มีประโยชน์มากมาย ซึ่งในประเทศอินเดียมีการใช้เป็นสมุนไพรอันดับสองรองจากมะขามป้อมเลยทีเดียว และจากการที่ได้ไปเดินป่าบ่อยๆ ทำให้เห็นว่าแผ่นดินไทยยังมีความร่ำรวยของสมุนไพรอยู่เป็นอันมาก สมุนไพรบางตัวที่เกือบกลายเป็นตำนาน เช่น “รากสามสิบ” หรือทางภาคอีสานเรียกว่า “สาวร้อยผัว” คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้จัก หรือไม่เคยได้ยินชื่อเลย แต่จริงๆ แล้วมีประโยชน์อย่างมาก คือ เป็นได้ทั้งอาหาร ยา ขนม ผัก หรือเป็นไม้ประดับก็ยังได้ ส่วนในด้านการเป็นยารักษาโรค จะมีคุณค่าในเรื่องการเป็นตัวยาแก้ปัญหาของผู้หญิงภาวะหลังมีประจำเดือน ภาวะหมดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก หรือช่วยฟื้นฟูในเรื่องของการหมดอารมณ์ทางเพศได้ รากสดๆ ของสมุนไพรชนิดนี้ยังสามารถนำมาทุบหรือขูดกับน้ำเพื่อซักเสื้อผ้าได้อีกด้วย แหล่งที่มาของรากสามสิบ สามารถพบได้ทั่วไปทุกภาคส่วนใหญ่จะชอบอยู่ในดินที่มีทรายผสมอยู่นิดหน่อย และสภาพที่ชุ่มชื้น มีข้อมูลพบตั้งแต่พื้นราบจนถึงระดับพันเมตรจากน้ำทะเล
ความหลากหลายของสมุนไพรไทยยังมีมาก ซึ่งเราพยายามรณรงค์ให้คนหันมาใช้ในสิ่งที่มีอยู่แล้วและเร่งการศึกษา ส่งเสริมให้เก็บสิ่งที่สังคมลืมไปแล้วให้กลับมา และเป้าหมายต่อไปคือจะทำอย่างไรให้คนในระดับชุมชนสามารถพึ่งตนเองจากภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ ถ้าสามารถทำให้คนเหล่านี้มีความรู้ มีทักษะเป็นของตนเอง ก็คงจะเป็นรากฐานให้เขาต่อยอดต่อไปได้ดี แนวทางในอนาคต จะมีการนำรากสามสิบมาทำในรูปของชา แคปซูล หรือเครื่องสำอาง ส่วนการสกัดสารนั้นทางเราไม่ได้สกัดเอง แต่จะพยายามกระตุ้นให้มีการวิจัยเกี่ยวกับรากสามสิบมากขึ้น
ถ้ารากฐานของเราแข็งแรง ไม่ดิ้นอยู่กับสมุนไพรไม่กี่ตัว เช่น #ขมิ้นชัน #ฟ้าทะลายโจร #ภูมิปัญญาและสมุนไพรไทยที่ถูกหลงลืมคงจะกลับมาสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจากสิ่งที่มีอยู่ในบ้านเราให้ดีขึ้นได้

รากสามสิบ

รากสามสิบ

#รากสามสิบ รีแพร์ แน่นๆเน้นๆ กระชับ สุขเหมือนสาวๆ


ฉันได้ทาน สมุนไพรรากสามสิบ ก็มาจากที่พูดกับเพื่อนว่า ฉันก็ยังอยากมีความสุขกับแฟนฉันอยู่นะ และเลือกจะทาน รากสามสิบล้วน ไม่เอาแบบผสม เพราะมันไม่เข้มขั้นตามที่คิด ผลที่ได้ฉันมีความสุขขึ้นจริงๆ #รากสามสิบ สรรพคุณเด่น ๆ ของสมุนไพรตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็น #ยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นสมุนไพรรากสามสิบแบบแคปซูลกันมาบ้าง แล้วรู้ไหมคะว่า ประโยชน์ของรากสามสิบ สมุนไพรตัวเด็ดนี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยคนอยากมีลูกเท่านั้น รากสามสิบแท้จริงแล้วถูกเรียกหลายชื่อมาก ๆ เช่น #สาวร้อยผัว จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ) ผักชีช้าง ผักหนาม (ภาคอีสาน) สามร้อยราก สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน หรือม้าสามต๋อน มีชื่อสามัญว่า Shatavari
ส่วนลักษณะต้นรากสามสิบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีหนามแหลม มีเหง้าและรากใต้ดินคล้ายรากของต้นกระชาย ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว แยกเป็นช่อ มีกลิ่นหอม เป็นต้นที่มีผลสดลักษณะกลม ผิวเรียบมัน และมีเมล็ดสีดำ

รากสามสิบ

#รากสามสิบถูกเปรียบให้เป็นพลังแห่งการฟื้นฟูความสาว (Female Rejuvenation) เป็นยาโบราณที่หมอแผนโบราณและแพทย์สมุนไพรใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งก็นับเป็นที่มาขอรากสามสิบงชื่อสาวร้อยผัว ชื่อเล่นอีกชื่อของรากสามสิบนั่นเอง โดยคนโบราณมักจะนำรากมาต้มกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ซึ่งบอกต่อ ๆ กันว่า จะช่วยบำรุงสตรีให้ไมว่าจะอายุเท่าไรก็มีลูกได้ง่าย และด้วยสรรพคุณของรากสามสิบที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยาจึงได้ทำการศึกษาเรื่อง ผลของสารสกัดรากสามสิบต่อการป้องกันการสลายเนื้อกระดูกและ#อวัยวะสืบพันธุ์ ในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ เนื่องจากเล็งเห็นว่า #โรคกระดูกพรุนซึ่งมักจะเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชายนั้น มีสาเหตุหลักจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายหลังหมดประจำเดือน โดยได้ผลการทดลองมาว่า หนูที่ได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบหลังจากถูกตัดรังไข่ มีน้ำหนักมวลกระดูกที่มากกว่ากลุ่มหนูถูกตัดรังไข่แต่ไม่ได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบ 
นอกจากนี้สารสกัดรากสามสิบยังไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า สารสกัดรากสามสิบอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการสลายของเนื้อกระดูกในหนูทดลองได้ โดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่ออวัยวะสืบพันธุ์ ทว่ายังคงต้องทดลองเพิ่มเติมเพื่อศึกษาว่า สารสกัดรากสามสิบจะมีผลกระทบใด ๆ กับอวัยวะอื่นหรือไม่
สมุนไพรสามสิบมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้อาการปวด คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งพิษต่อตับ  สารสำคัญที่พบในรากคือสาร steroidal saponins ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมนเพศ จึงน่าจะมีบทบาทในการรักษาอาการที่เกิดขึ้นในช่วงวัยหมดระดูของสตรี รวมไปถึงการช่วยปกป้องการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคกระดูกพรุน

 ข้อควรระวังในการใช้รากสามสิบ

เนื่องจากสมุนไพรรากสามสิบออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังนั้นจึงจัดเป็นยาสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัยนักต่อเพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก (Uterine Fribrosis) หรือมีก้อนเนื้อในเต้านม (Fibrocystic Breast) เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพรอะไรก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุดนะคะ



เครดิต : http://www.thaiherbweb.com/product-type/3315/รากสามสิบ.html

สมุนไพรกระชับช่องคลอด หญ้ารีแพร์ รากสามสิบ ฮี๋ยุ่ม

สมุนไพรมหัศจรรย์หญ้ารีแพร์มหาเสน่ห์แห่งพรหมจรรย์
นอกจากเรื่องหน้าตาประการด่านแรกที่เปรียบเสมือนความสวยความงามของคุณผู้หญิงทุกคนแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนให้ความสำคัญกันนักหนา แต่ผู้หญิงอย่างเราให้ความสำคัญอย่างมากนั่นก็คือ “ช่องคลอด

 

หญ้ารีแพร์


ใครว่าช่องคลอดไม่สำคัญ ผู้หญิงอย่างเราคงเถียงขาดใจช่องคลอดคือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนมี แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ช่องคลอดที่ไม่กระชับ เต่งตึง นับเป็นปัญหาหนักอกหนักใจ และปัญหาระดับชาติของสาวน้อยสาวใหญ่เลยทีเดียวไหนจะทำให้เราขาดความมั่นใจเวลามีเพศสัมพันธ์ แถมยังรู้สึกขาดเสน่ห์แห่งความเป็นหญิง เพราะเหตุนี้ปัจจุบันจึงมีทั้งบรรดายากกิน ยาทา ยาบำรุงที่อวดอ้างสรรพคุณ ทำให้ช่องคลอดกลับมากระชับได้ดั่งสาวพรหมจรรย์ นอกจากนั้นยังทำให้หน้าอกของคุณสาวๆ เต่งตึงและมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย บางยี่ห้อถึงกับโฆษณาสรรพคุณเป็นยาครอบจักรวาลกันเลยทีเดียว
โดยยาเหล่านี้มีหลากหลายยี่ห้อ บ้างก็อ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศ จากยุโรปบ้าง เกาหลีบ้าง จีนบ้าง ขายกันอย่างเกลื่อนกลาดทำให้ “ผู้หญิงไทย” ตกหลุมพรางการโฆษณาเกินจริงของสินค้าเหล่านี้ ที่เรียกว่ายาประเภท “อกฟูรูฟิต” ปัจจุบันยาประเภทนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ หลายยี่ห้ออาจจะแค่ไปจดแจ้งเท่านั้น แต่ก็ไปโฆษณาว่าได้รับอนุญาตจาก อย.ก็มี
ผู้หญิงหลายคนจึงเลือกวิธีที่แน่นอนไปเลย นั่นก็คือ “การรีแพร์ช่องคลอด” นั่นเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร และยังต้องเจ็บตัวอีกด้วย แต่วันนี้ถือเป็นโชคดีของผู้หญิงอย่างเราก็ว่าได้    เพราะมีวิธีการใหม่ที่จะคืนความสาวให้อย่างมหัศจรรย์ในราคาที่ไม่สูงเลยแม้แต่นิดเดียว   เพราะเป็นพืชสมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่สำคัญคือ ไม่เจ็บตัวอีกด้วย สิ่งที่เรากำลังจะกล่าวถึงนั่นก็คือ    "หญ้ารีแพร์" นั่นเอง
หากจะกล่าวว่ามีวิธีการทำให้ช่องคลอดกลับมากระชับเต่งตึงได้ดังสมัยสาวๆ วัยแรกแย้ม มีหรือที่หญิงคนไหนจะไม่สนใจยิ่งหากได้ยินว่าความกระชับช่องคลอด จะกระชับรักระหว่างสามีให้กลับมาด้วยแล้วละก็ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธ เพราะนอนจากผู้หญิงอย่างเราควรใส่ใจภายนอกให้ดูสาวอยู่เสมอแล้วภายในก็ต้องใส่ใจเช่นเดียวกัน  แล้วปัญหาช่องคลอดหย่อนยานที่เป็นปัญหาหนักอกหนักใจของผู้หญิงอย่างเราจะหมดไปในวันนี้ เพราะสมุนไพรไทยที่เพิ่งเปิดตัวมาหยกๆ อย่าง “หญ้ารีแพร์” นี้เป็นที่คุ้นเคยและใช้กันอย่างแพร่หลาย ในฐานะสมุนไพรไทยที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว หญ้ารีแพร์เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจึงมีชื่อค่อนข้างฟังดูทันสมัย อันที่จริงแล้วครั้งแรกที่มีการเริ่มเข้าไปศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง ชาวบ้านเรียกชื่อสมุนไพรชนิดนี้ว่า “หญ้าฮี๋ยุ่ม” ลองดูแล้วอาจจะต้องตกอกตกใจกับชื่อว่าพูดผิด ได้ยินผิด หรือสะกดผิดหรือเปล่า แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้เขียนหรือพิมพ์ผิดแต่อย่างใด หญ้าชนิดนี้มีชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หญ้าฮี๋ยุ่ม” จริงๆ

หญ้ารีแพร์


ตามภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาช้านาน ผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรทุกคนจะต้อง “อยู่ไฟ”  เพราะเชื่อว่าการตั้งครรภ์นั้นทำให้สรีระของผู้หญิงเปลี่ยนไปอย่างมาก การอยู่ไฟหลังคลอดก็เพื่อให้กลับมามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงดังเดิม การอยู่ไฟเป็นวิธีที่ใช้ประโยชน์จากสรรพคุณของสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด เพื่อดูแลรักษาสุขภาพหลังคลอด อย่างเช่นใบหนาด ขิง ข่า ไพล ใบมะกรูด ใบยอ เป็นต้น  การอยู่ไฟมีวิธีการแตกต่างกันไปตามพื้นที่เพราะเมื่อก่อนยังไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีโรงพยาบาล มีเพียงหมอตำแยมาทำคลอดให้ตามวิธีการ และหมอตำแยก็มักจะเป็นผู้แนะนำวิธีการอยู่ไฟอีกด้วย บางทีนำเอาเตาที่มีต้นกล้วยผ่าครึ่ง วางบนแคร่ เอาดินโรยก่อนจะจุดไฟ ให้เตาวางไว้ใต้แคร่ แล้วให้หญิงที่คลอดบุตรนอนบนแคร่ เป็นต้น ซึ่งการใช้หญ้าฮี๋ยุ่มถือเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ใช้สำหรับการอยู่ไฟหลังคลอดได้เช่นกัน แต่ใช้วิธีการนำมาต้มให้หญิงเพิ่งคลอดเข้ากระโจมอบในรูปแบบไอน้ำ
ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยโบราณเหล่านี้ เราได้รับการถ่ายทอดมาจากประเทศที่มีการแพทย์ก้าวหน้า อย่างเช่น อินเดีย หรือจีน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย นำมาประยุกต์ให้เข้ากับสมุนไพรไทยที่มีอยู่ในภูมิประเทศ และด้วยความที่สมุนไพรไทยมีหลายร้อยชนิด และมีสรรพคุณไม่แพ้ชาติใด จึงทำให้การแพทย์แผนโบราณของไทยเป็นการรักษาที่เน้นการใช้ยาเป็นหลัก 

สมุนไพร”หญ้าฮี๋ยุ่ม” หรือ “หญ้ารีแพร์” นี้จะสามารถบรรเทาอาการต่างๆ ได้ ทั้งช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว บีบมดลูกแห้ง และช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น หายไวขึ้น มีสรรพคุณในการขับน้ำคาวปลาของหญิงเพิ่งคลอดบุตรอีกด้วย แม่หมอยังบอกวิธีการใช้สมุนไพรอีกว่า วิธีการใช้แสนง่ายคนโบราณนั้นไม่นำหญ้าชนิดนี้มากินสดๆ หรือมาบดแปรรูปกินเป็นยาเม็ดแต่อย่างใด แต่หญ้าฮี๋ยุ่มนี้ใช้นำมาต้ม แล้วค่อยนำน้ำที่ต้มจากสมุนไพรมากิน หรือไม่ก็ต้มอาบด้วยก็ได้  สมุนไพร “หญ้าฮี๋ยุ่ม” เคล็ดลับของหญิงไทยโบราณนี้แท้จริงแล้วสามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน ที่หญ้าชนิดนี้ทำให้ช่องคลอดผู้หญิงกระชับเต่งตึงเป็นเพราะหญ้าชนิดนี้เป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่ ซึ่งในไผ่จะมีสาร “ซิลิกา” เป็นสารที่ช่วยในเรื่องของการยืดหยุ่น เปล่งหลั่ง และทำให้กระชับ ช่วยเรื่องการสมานแผล  
นอกจากนั้นหญ้าฮี๋ยุ่มยังสามารถนำมารับประทานแบบสดๆ กับน้ำพริก หรือคั้นกินแต่น้ำ ช่วยขับปัสสาวะ นำมาต้มอาบเพื่อให้ผิวพรรณเต่งตึง หรืออบไอน้ำบรรเทาอาการริดสีดวงได้ด้วย

หญ้ารีแพร์

 

โดยสรุปสรรพคุณของหญ้ารีแพร์ได้เป็นข้อๆ ดังนี้
•    กระชับมดลูก ช่องคลอดเต่งตึง
•    ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ สำหรับหญิงหลังคลอดบุตร
•    ลดบวมจากแผลฝีเย็บหลังคลอด ฝีเย็บขาด ลดอักเสบสำหรับหญิงหลังคลอดบุตร
•    ขับน้ำคาวปลา สำหรับหญิงหลังคลอดบุตร
•    สมานแผลทั่วไป ภายใน
•    เสริมสร้างเนื้อเยื่อ
•    บรรเทาอาการริดสีดวง
•    รากสามสิบ" href="http://www.thaiherbweb.com/product-type/10860/รากสามสิบ-หญ้ารีแพร์.html">ช่วยขับปัสสาวะ
•    ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง
•    ลดการตกขาวผิดปกติ
•    ลดความอับชื้นบริเวณช่องคลอด
•    ลดไขมันในเลือด
•    คอชุ่มชื้น
•    ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ
•    ฯลฯ
การแพทย์ทางเลือก หรือการแพทย์แผนไทย แม้ไม่ใช่วิธีการแพทย์หลัก แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนในอีกทางสำหรับผู้รักษายกตัวอย่างเช่น การรักษาโดยใช้สมุนไพร แม้จะเป็นวิธีการตามแพทย์แผนโบราณ แต่เราก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลรักษาแผลหลังคลอดบุตรของแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า



ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/product-type/10871 /หญ้ารีแพร์-ฮี๋ยุ่ม.html

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560

รากปลาไหลเผือก (Tongkat Ali) สรรพคุณยาไวอากร้า

รากปลาไหลเผือก หรือปลาไหลเผือกใหญ่ (Tongkat Ali) ชื่อวิทยาศาสตร์: Eurycoma longifolia เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Simaroubaceae ชื่ออื่นๆ กรุงบาดาล (สุราษฎร์ธานี) คะนาง ชะนาง (ตราด) ตรึงบาดาล (ปัตตานี) ตุงสอ แฮพันชั้น (ภาคเหนือ) เพียก (ภาคใต้) หยิกบ่อถองหรือหยิกไม่ถึง เอียนด่อน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ไหลเผือก (ตรัง)เป็นไม้ไม่ผลัดใบ รากกลมโต สีขาว สีขาวนวล รากที่มีอายุหลายปีจะมีความยาวมาก อาจยาวมากกว่า 2 เมตร ลำต้นเรียบสีน้ำตาลเทา ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ดอกช่อออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียวอมน้ำตาล ปลายกลีบแดงอมเขียว กลีบดอกสีแดงอ่อนเกสรตัวผู้และตัวเมียสีแดงอ่อน ยื่นยาวกว่าดอก ผลเดี่ยว ทรงกระบอกกลมสั้น ผลแก่แล้วแตก ผลอ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีส้ม

 

รากปลาไหลเผือก (Tongkat Ali)


ปลาไหลเผือกใหญ่เป็นพืชที่มีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร ใช้ รากถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ พร้อมทั้งโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ ความดันเลือดสูง อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูก ใช้รากเป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง นำรากผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากประสมกับรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำบริโภคขับพิษ ในคัมภีร์ยาโบราณ เป็นส่วนผสมของยาสามราก ที่ใช้ขับพิษ และแก้อาการลงแดงจากการติดยาเสพติด เป็นส่วนผสมของยาประสะเหมือดคน และยาจันทน์ลีลา และยาแก้ไข้ห้าราก ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียนำรากไปต้มกับชาใช้กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ

ในทางเภสัชวิทยา ปลาไหลเผือกใหญ่ มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านมาลาเรีย มีสรรพคุณกระตุ้นความรู้สึกทางเพศของหนูตัวผู้ ลดความวิตกกังวล เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการก่อเกิดเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด สารออกฤทธิ์ที่เด่นเช่น สารกลุ่ม quassinoids เช่น eurycomalactone eurycomanol eurycomanone ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งความเติบโตของเชื้อมาเลาเรียในหลอดทดลอง
ชาวไทยมุสลิมภาคใต้จะเรียกปลาไหลเผือก ว่า ตูกะอาลี หรือตุงกัตอาลี (Tongkat Ali) คือ สมุนไพรที่ช่วยเร้าและเพิ่มจำนวนสมรรถภาพทางเพศชายด้วยวิธีธรรมชาติอย่างได้ผล เนื่องจาก รากปลาไหลเผือก ประกอบด้วยสารที่ออกฤทธิ์เพิ่มสมรรถภาพทางเพศชายโดยตรงในปริมาณที่สูง ซึ่งสูตรลับนี้ค้นพบโดยนักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกาคือ นายแพทย์ เรย์ ซาฮีเลี่ยน (Dr.Ray Sahelian MD.) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรที่ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ตงกัตอาลี เป็นสมุนไพรที่หลายประเทศให้การยอมรับมานาน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียส่งเสริมให้เป็นสมุนไพรส่งออกจนมีชื่อเสียงของประเทศ สมุนไพรชนิดนี้พบมากทางภาคใต้ของไทย ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปินส์

ยาไวอากร้า" href="goo.gl/zyMB9d ">รากปลาไหลเผือก (Tongkat Ali) แคปซูล


ผลดีของสมุนไพร รากปลาไหลเผือก 100%

o ออกฤทธิ์ปลุกเร้าการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
o ช่วยเติมจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ บำรุงสเปิร์มและไขกระดูก
o #ชะลอการหลั่ง แก้ปัญหาอาการหลั่งเร็ว
o บำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
o ยาซิเดก้า" href="goo.gl/zyMB9d">#เสริมสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ซึ่งจะช่วยในการชะลอความเสื่อมโทรมหรือ ประวิงความชราให้กับร่างกาย
o เสริมสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ โดยช่วยให้#อวัยวะเพศแข็งตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น
o เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด
o ดูแลรักษาการเกิดโรคความดันโลหิตสูง,โรคเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด, บำรุงไต
o ลดไข้ ลดอาการเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
o ประกอบด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
o ลดภาวะวัยทองในผู้ชาย และหญิง, แก้ปวดมดลูกและตกขาวในผู้หญิง
o มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย
o ช่วยทุเลาอาการปวดหลัง ปวดเอว แก้ปวดกระดูก
o ใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อมรูมาติก, เก๊าต์ พร้อมด้วยอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน

จากผลงานวิจัยจนเกิดการจดสิทธิบัตรอีกหลายฉบับ จึงทำให้เกิดเป็นของซื้อของขายออกจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ โดยจะเป็นของซื้อของขายที่อยู่ในรูปของอาหารเสริมและเครื่องดื่มเป็นหลัก ซึ่งจะใช้ ปลาไหลเผือก เป็นส่วนประกอบหลัก ในการผลิตสินค้ามากกว่า 100 ชนิด  โดยทั้งหมดจะเน้นไปที่คุณสมบัติทางด้านการเสริมสมรรถภาพทางเพศเป็นหลัก และอาจกล่าวได้เป็นไวอากร้าจากธรรมชาติกันเลยทีเดียว



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.thaiherbweb.com/product/528387/รากปลาไหลเผือก-สมุนไพรไวอากร้า.html

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560

รากปลาไหลเผือกแท้100% บำรุงกำลังสมุนไพรเพื่อบุรุษเพศ Thaiherbweb

 ปลาไหลเผือก

รากปลาไหลเผือก-สมุนไพรไวอากร้า.html">#ปลาไหลเผือก หรือ #ปลาไหลเผือกใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์: Eurycoma longifolia เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Simaroubaceaeชื่ออื่นๆ กรุงบาดาล (สุราษฎร์ธานี) คะนาง ชะนาง (ตราด) ตรึงบาดาล (ปัตตานี) ตุงสอ แฮพันชั้น (ภาคเหนือ) เพียก(ภาคใต้) หยิกบ่อถองหรือหยิกไม่ถึง เอียนด่อน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ไหลเผือก (ตรัง)เป็นไม้ไม่ผลัดใบ รากกลมโตสีขาว สีขาวนวล รากที่มีอายุหลายปีจะมีความยาวมาก อาจยาวมากกว่า 2 เมตร ลำต้นเรียบสีน้ำตาลเทา ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ดอกช่อออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียวอมน้ำตาล ปลายกลีบแดงอมเขียว กลีบดอกสีแดงอ่อนเกสรตัวผู้และตัวเมียสีแดงอ่อน ยื่นยาวกว่าดอก ผลเดี่ยว ทรงกระบอกกลมสั้น ผลแก่แล้วแตก ผลอ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีส้ม#ปลาไหลเผือกใหญ่ เป็นพืชที่มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ใช้ รากถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ และโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ #ความดันเลือดสูง อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูก ใช้รากเป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง นำรากผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากผสมกับรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำกินขับพิษ ในตำรายาโบราณ เป็นส่วนผสมของยาสามราก ที่ใช้ขับพิษ และแก้อาการลงแดงจากการติดยาเสพติด เป็นส่วนผสมของยาประสะเหมือดคน และยาจันทน์ลีลา และยาแก้ไข้ห้าราก ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียนำรากไปต้มกับชาใช้กระตุ้นความรู้สึกทางเพศในทางเภสัชวิทยา ปลาไหลเผือกใหญ่ มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านมาลาเรีย มีฤทธิ์กระตุ้นความรู้สึกทางเพศของหนูตัวผู้ ลดความวิตกกังวล เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ต้านการก่อเกิดเนื้องอก #ลดน้ำตาลในเลือด สารออกฤทธิ์ที่สำคัญได้แก่ สารกลุ่มquassinoids เช่น eurycomalactone eurycomanol eurycomanone ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาเลเรียในหลอดทดลอง

บำรุงกำลังชาย

สรรพคุณของสมุนไพร รากปลาไหลเผือก 100%

  • ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)

  • ช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ บำรุงสเปิร์มและไขกระดูก

  • ชะลอการหลั่ง แก้ปัญหาอาการหลั่งเร็ว

  • บำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

  • เสริมสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ซึ่งจะช่วยในการชะลอความเสื่อมหรือ ชะลอความชราให้กับร่างกาย

  • เสริมสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ โดยช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น

  • เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด

  • ป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง,โรคเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด, บำรุงไต

  • ลดไข้ ลดอาการเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

  • ประกอบด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

  • ลดภาวะวัยทองในผู้ชาย และหญิง, แก้ปวดมดลูกและตกขาวในผู้หญิง

  • มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย

  • ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว แก้ปวดกระดูก

  • ใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อมรูมาติก, เกาต์ และอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน

ที่เรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า “ปลาไหลเผือก” เนื่องจากรากของสมุนไพรชนิดนี้มีลักษณะเหมือนปลาไหลเผือก คือมีสีขาวยาวๆเหมือนปลาไหลเผือก และยังมีรากเดียว บางครั้งจึงมีคนเรียกว่า พญารากเดียว ส่วนรากปลาไหลเผือก ถ้ามีอายุหลายปี จะมีความยาวมาก บางครั้งยาวมากกว่าความสูงของคนเสียอีก จนทำให้บางท้องที่เรียกปลาไหลเผือกว่า #ตรึงบาดาลประวัติศาสตร์การใช้ประโยชน์เพื่อปรับปรุงสมรรถภาพ และเสริมพลังชีวิตของท่านชาย มานานกว่า ๑,๐๐๐ ปี ปัจจุบันด้วยการเจริญเติบโตของเทคโนโลยี โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์การแพทย์ #ตงกัทอาลี ได้ถูกวิเคราะห์ วิจัย จากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ ถึงบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างพลังชีวิตท่านชาย เพิ่มฮอร์โมนเพศ เสริมสร้างและปรับปรุงสมรรถภาพ #เพิ่มภูมิต้านทาน ลดสภาวะวัยทอง (ใช้ได้ผลทั้งชาย และหญิง) ฯลฯการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่ารากปลาไหลเผือกมีสรรพคุณ ในการเพิ่มความแข็งแรง ของนักกีฬาได้อย่างชัดเจนด้วยยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้

- รากปลาไหลเผือก ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ฝนน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง

- รากปลาไหลเผือก นำไปเข้ายาบำรุงกำลัง โดยนำรากปลาไหลเผือก ผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้

ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากปลาไหลเผือก ผสมรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำกินขับพิษ รากปลาไหลเผือก ผสมกับ รากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำกิน ทำให้อาเจียน ใช้เลิกเหล้า

ตำรายาไทย

ใช้ รากปลาไหลเผือก รสขม เบื่อเมาเล็กน้อย ถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายฝีในท้อง ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ และโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ ความดันเลือดสูง #อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูกนอกจากนั้นยังใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาโบราณ ได้แก่“ยาสามราก” (ประกอบด้วยรากพืช 3 ชนิดคือ รากโลดทะนง รากฮังฮ้อน และรากปลาไหลเผือก) ทำให้อาเจียน และถ่ายใช้ล้างพิษยาเสพติด ใช้บำบัดผู้ที่ติดยาเสพติด และแก้อาการลงแดงจากยาเสพติด โดยยานี้จะทำให้อาเจียน และถอนพิษยาเข้าตำรับ “ยาประสะเหมือดคน” แก้ไข้ แก้ร้อนใน นอกจากนั้นยังใช้รากปลาไหลเผือก มาผสมหญ้าแห้วหมู และรากผักติ้วต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะขัดเป็นส่วนประกอบใน “ตำรับยาจันทน์ลีลา” ใช้รักษาไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดูและตำรับ “ยาแก้ไข้ห้าราก” ช่วยแก้ไข้ แก้พิษไข้ปลาไหลเผือกในการบำรุงกำหนัด

 

ปลาไหลเผือก     

 

ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้ อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญาณไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคราะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคราะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคราะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆ ทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลก และอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่อเทสทอสเตอร์โรนมีระดับ(เทียม)สูงขึ้น #ฮอร์โมนเพศ ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเอง ของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “negative feedback” หรือ “การสนองตอบด้านลบ” ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลาง และต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิต และยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่ และขีดความสามารถ เจ้าโลก และอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น (ยืนยันว่าจริง)การใช้ในรูปแบบของผงสมุนไพรแคปซูลเพื่อให้กินง่าย ใช้ในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศ บำรุงฮอโมนเพศและอื่นๆ เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ #เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างๆที่มีผลต่อโรคนั้นเช่นกระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง

หมายเหตุ

ซึ่งแนะนำให้กินตอนเช้า-เย็นก่อนอาหาร หรือก่อนนอน ครั้งละ1- 2 แคปซูล กับน้ำอุ่นหรือ กินกับน้ำสไปรท์ จะได้ผลเร็วมาก

หมามุ่ย

ไทยรัฐ วันที่ 18 มิย. 2559เตือน นี่เป็นสาเหตุที่ร้านไม่จำหน่ายสินค้าประเภทนี้เลย เพราะหนึ่งร้านระมัดระวังเรื่องพวกนี้ให้ท่าน และสองให้ซื้อสมุนไพรจากร้านที่มีความรู้ด้านนี้จริงๆ อย่าหลงซื้อจากมือสมัครเล่น สูตรบ้าบอแปลกๆที่ไม่มีในตำรา เอามาผสมกันเคยเห็นสมุนไพรเช่นตรีผลา จตุผลา โสม ย่านาง หญ้าฮี๋ยุ่ม รากสามสิบ ฯลฯ ขายถุงหรือขวดละ 75 – 85 บาทไหมครับบรรจุ 100 แคปซูล ท่านคิดว่าเขาเอาอะไรให้ท่านทาน สมุนไพรมีราหรือเปล่า หรือสมุนไพรผสมแปลก เป็นสูตรคิดเอง เอาของที่คิดว่าดีมาผสมแล้วคิดว่ามันจะดีเป็นสองเท่า สามเท่า แต่ไม่่ใช่นะครับ ยาไทยไม่ใช่เอาอะไรมาผสม มันอาจกลายเป็นยาทำลายตับ ไต ยาพิษ อย่าเลยครับ เป็นมะเร็งมันทรมานนะครับ เงินทองต้องรักษามหาศาล ทานของที่มั่นใจเถิดครับ เป็นแล้วมันแก้ไขไม่ได้นะครับ แวะที่นี่มีแต่ของไม่อันตราย

thaiherbweb.com

 

 

 

 

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : บำรุงกำลังชาย

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.thaiherbweb.com/product/528387/รากปลาไหลเผือก-สมุนไพรไวอากร้า.html

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

รากปลาไหลเผือกแท้100% บำรุงกำลังสมุนไพรเพื่อบุรุษเพศ Thaiherbweb

 ปลาไหลเผือก

#ปลาไหลเผือก หรือ #ปลาไหลเผือกใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์: Eurycoma longifolia เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Simaroubaceaeชื่ออื่นๆ กรุงบาดาล (สุราษฎร์ธานี) คะนาง ชะนาง (ตราด) ตรึงบาดาล (ปัตตานี) ตุงสอ แฮพันชั้น (ภาคเหนือ) เพียก(ภาคใต้) หยิกบ่อถองหรือหยิกไม่ถึง เอียนด่อน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ไหลเผือก (ตรัง)เป็นไม้ไม่ผลัดใบ รากกลมโตสีขาว สีขาวนวล รากที่มีอายุหลายปีจะมีความยาวมาก อาจยาวมากกว่า 2 เมตร ลำต้นเรียบสีน้ำตาลเทา ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ดอกช่อออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียวอมน้ำตาล ปลายกลีบแดงอมเขียว กลีบดอกสีแดงอ่อนเกสรตัวผู้และตัวเมียสีแดงอ่อน ยื่นยาวกว่าดอก ผลเดี่ยว ทรงกระบอกกลมสั้น ผลแก่แล้วแตก ผลอ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีส้ม#ปลาไหลเผือกใหญ่ เป็นพืชที่มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ใช้ รากถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ และโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ #ความดันเลือดสูง อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูก ใช้รากเป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง นำรากผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากผสมกับรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำกินขับพิษ ในตำรายาโบราณ เป็นส่วนผสมของยาสามราก ที่ใช้ขับพิษ และแก้อาการลงแดงจากการติดยาเสพติด เป็นส่วนผสมของยาประสะเหมือดคน และยาจันทน์ลีลา และยาแก้ไข้ห้าราก ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียนำรากไปต้มกับชาใช้กระตุ้นความรู้สึกทางเพศในทางเภสัชวิทยา ปลาไหลเผือกใหญ่ มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านมาลาเรีย มีฤทธิ์กระตุ้นความรู้สึกทางเพศของหนูตัวผู้ ลดความวิตกกังวล เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ต้านการก่อเกิดเนื้องอก #ลดน้ำตาลในเลือด สารออกฤทธิ์ที่สำคัญได้แก่ สารกลุ่มquassinoids เช่น eurycomalactone eurycomanol eurycomanone ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาเลเรียในหลอดทดลอง

สรรพคุณของสมุนไพร รากปลาไหลเผือก 100%

  • ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)

  • ช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ บำรุงสเปิร์มและไขกระดูก

  • ชะลอการหลั่ง แก้ปัญหาอาการหลั่งเร็ว

  • บำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

  • เสริมสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ซึ่งจะช่วยในการชะลอความเสื่อมหรือ ชะลอความชราให้กับร่างกาย

  • เสริมสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ โดยช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น

  • เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด

  • ป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง,โรคเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด, บำรุงไต

  • ลดไข้ ลดอาการเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

  • ประกอบด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

  • ลดภาวะวัยทองในผู้ชาย และหญิง, แก้ปวดมดลูกและตกขาวในผู้หญิง

  • มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย

  • ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว แก้ปวดกระดูก

  • ใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อมรูมาติก, เกาต์ และอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน

ที่เรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า “ปลาไหลเผือก” เนื่องจากรากของสมุนไพรชนิดนี้มีลักษณะเหมือนปลาไหลเผือก คือมีสีขาวยาวๆเหมือนปลาไหลเผือก และยังมีรากเดียว บางครั้งจึงมีคนเรียกว่า พญารากเดียว ส่วนรากปลาไหลเผือก ถ้ามีอายุหลายปี จะมีความยาวมาก บางครั้งยาวมากกว่าความสูงของคนเสียอีก จนทำให้บางท้องที่เรียกปลาไหลเผือกว่า #ตรึงบาดาลประวัติศาสตร์การใช้ประโยชน์เพื่อปรับปรุงสมรรถภาพ และเสริมพลังชีวิตของท่านชาย มานานกว่า ๑,๐๐๐ ปี ปัจจุบันด้วยการเจริญเติบโตของเทคโนโลยี โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์การแพทย์ #ตงกัทอาลี ได้ถูกวิเคราะห์ วิจัย จากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ ถึงบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างพลังชีวิตท่านชาย เพิ่มฮอร์โมนเพศ เสริมสร้างและปรับปรุงสมรรถภาพ #เพิ่มภูมิต้านทาน ลดสภาวะวัยทอง (ใช้ได้ผลทั้งชาย และหญิง) ฯลฯการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่ารากปลาไหลเผือกมีสรรพคุณ ในการเพิ่มความแข็งแรง ของนักกีฬาได้อย่างชัดเจนด้วยยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้

- รากปลาไหลเผือก ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ฝนน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง

- รากปลาไหลเผือก นำไปเข้ายาบำรุงกำลัง โดยนำรากปลาไหลเผือก ผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้

ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากปลาไหลเผือก ผสมรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำกินขับพิษ รากปลาไหลเผือก ผสมกับ รากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำกิน ทำให้อาเจียน ใช้เลิกเหล้า

ตำรายาไทย

ใช้ รากปลาไหลเผือก รสขม เบื่อเมาเล็กน้อย ถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายฝีในท้อง ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ และโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ ความดันเลือดสูง #อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูกนอกจากนั้นยังใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาโบราณ ได้แก่“ยาสามราก” (ประกอบด้วยรากพืช 3 ชนิดคือ รากโลดทะนง รากฮังฮ้อน และรากปลาไหลเผือก) ทำให้อาเจียน และถ่ายใช้ล้างพิษยาเสพติด ใช้บำบัดผู้ที่ติดยาเสพติด และแก้อาการลงแดงจากยาเสพติด โดยยานี้จะทำให้อาเจียน และถอนพิษยาเข้าตำรับ “ยาประสะเหมือดคน” แก้ไข้ แก้ร้อนใน นอกจากนั้นยังใช้รากปลาไหลเผือก มาผสมหญ้าแห้วหมู และรากผักติ้วต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะขัดเป็นส่วนประกอบใน “ตำรับยาจันทน์ลีลา” ใช้รักษาไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดูและตำรับ “ยาแก้ไข้ห้าราก” ช่วยแก้ไข้ แก้พิษไข้ปลาไหลเผือกในการบำรุงกำหนัด

 

ปลาไหลเผือก     

รากปลาไหลเผือก
 

ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้ อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญาณไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคราะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคราะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคราะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆ ทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลก และอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่อเทสทอสเตอร์โรนมีระดับ(เทียม)สูงขึ้น รากปลาไหลเผือก-สมุนไพรไวอากร้า.html">#ฮอร์โมนเพศ ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเอง ของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “negative feedback” หรือ “การสนองตอบด้านลบ” ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลาง และต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิต และยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่ และขีดความสามารถ เจ้าโลก และอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น (ยืนยันว่าจริง)การใช้ในรูปแบบของผงสมุนไพรแคปซูลเพื่อให้กินง่าย ใช้ในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศ บำรุงฮอโมนเพศและอื่นๆ เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ #เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างๆที่มีผลต่อโรคนั้นเช่นกระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง

หมายเหตุ

ซึ่งแนะนำให้กินตอนเช้า-เย็นก่อนอาหาร หรือก่อนนอน ครั้งละ1- 2 แคปซูล กับน้ำอุ่นหรือ กินกับน้ำสไปรท์ จะได้ผลเร็วมาก

หมามุ่ย

ไทยรัฐ วันที่ 18 มิย. 2559เตือน นี่เป็นสาเหตุที่ร้านไม่จำหน่ายสินค้าประเภทนี้เลย เพราะหนึ่งร้านระมัดระวังเรื่องพวกนี้ให้ท่าน และสองให้ซื้อสมุนไพรจากร้านที่มีความรู้ด้านนี้จริงๆ อย่าหลงซื้อจากมือสมัครเล่น สูตรบ้าบอแปลกๆที่ไม่มีในตำรา เอามาผสมกันเคยเห็นสมุนไพรเช่นตรีผลา จตุผลา โสม ย่านาง หญ้าฮี๋ยุ่ม รากสามสิบ ฯลฯ ขายถุงหรือขวดละ 75 – 85 บาทไหมครับบรรจุ 100 แคปซูล ท่านคิดว่าเขาเอาอะไรให้ท่านทาน สมุนไพรมีราหรือเปล่า หรือสมุนไพรผสมแปลก เป็นสูตรคิดเอง เอาของที่คิดว่าดีมาผสมแล้วคิดว่ามันจะดีเป็นสองเท่า สามเท่า แต่ไม่่ใช่นะครับ ยาไทยไม่ใช่เอาอะไรมาผสม มันอาจกลายเป็นยาทำลายตับ ไต ยาพิษ อย่าเลยครับ เป็นมะเร็งมันทรมานนะครับ เงินทองต้องรักษามหาศาล ทานของที่มั่นใจเถิดครับ เป็นแล้วมันแก้ไขไม่ได้นะครับ แวะที่นี่มีแต่ของไม่อันตราย

thaiherbweb.com

 

 

 

 

 



เครดิต : http://www.thaiherbweb.com/product/528387/รากปลาไหลเผือก-สมุนไพรไวอากร้า.html

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

สมุนไพร รักษาโรค

 

                               หญ้าปักกิ่ง

 

ล้างพิษ

#สมุนไพรรักษามะเร็ง

มีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่มีสรรพคุณในการป้องกัน และรักษาโรคมะเร็งได้ ดังนั้น ในระยะหลังมานี้ จึงมีผู้ป่วยมะเร็งหลายรายหันมาพึ่งสมุนไพรไทยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ในการรักษาโรค

มะเร็ง คือ เซลล์เนื้อร้ายที่เจริญเติบโตผิดปกติ แทรกซึมเข้าไปในเซลล์ดีที่อยู่โดยรอบ เมื่อเข้าไปในเส้นเลือดและน้ำเหลือง แล้วจะกระจายไปในอวัยวะต่างๆ ทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะนั้นเสื่อมไป

ส่วนสาเหตุของโรคมะเร็งเกิดได้ 3 ทาง คือ

-เกิดจากจากทางพันธ์กรรม

-เกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น สารเคมี รังสี ไวรัส สารพิษจากสิ่งแวดล้อม

-เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมและการโภชนาที่มากไป น้อยไม่ ไม่พอดี

เมื่อสารก่อมะเร็งเข้าไปในร่างกายจะไปจับยีนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดการกลายพันธุ์ หรือกระตุ้นยีนมะเร็งให้แสดงออกมากขึ้น โดยให้เซลล์ปกติเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งแล้วแบ่งตัวไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนเป็นก้อนมะเร็งใหญ่

โรคมะเร็งสามารถป้องกันได้

ร่างกายคนเรามีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้น แต่เราไม่ป่วยเป็นมะเร็งได้เพราะ ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งด้วยระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถต่อสู้กับ มะเร็งได้ ดังนั้น#ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกทำลายด้วยวิธีต่างๆเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ได้แก่ การกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาหารไม่สะอาดเต็มไปด้วยสารพิษ สารก่อมะเร็ง การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ และการไม่ออกกำลังกาย

การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

-การรับประทานอาหารที่มีเส้นใย (Fiber) มาก อาหารที่มีวิตามินเอ ซี อี สูง เช่น กระเทียม หัวหอม ผักใบเขียว ผัก ผลไม้ ตลอดทั้ง #อาหารสมุนไพร เครื่องประกอบอาหารต้องปลอดเชื้อราและสารพิษ

-ลด อาหารไขมันสัตว์

-เลิก อาหารกระป๋อง อาหารที่มีสีสังเคราะห์และสารเคมี เช่น สารกันปูด สีที่ไม่ใช่สีผสมอาหาร

-เลี่ยง อาหารปิ้ง ย่าง เผา อบ รมควัน

ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรรับประทานผักผลไม้เพราะผักผลไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติเป็น ตัวกำจัดอนุมูลอิสระ (แอนตี้ออกซิแดนท์) และสารฆ่ามะเร็ง ในวันหนึ่งๆ ควรได้ผัก 30% ผลไม้ 10% ถั่วและปลา 10% และข้าวกล้อง หรือ มัน เผือก 50%

สมุนไพรรักษามะเร็ง

 

                               เห็ดหลินจือ

 

#เห็ดหลินจือ

นพ. บรรเจิด ตันติวิท ได้กล่าวถึงเห็ดลินจือสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ จากหนังสือ "หลิงจือ กับ ข้าพเจ้า" ซึ่งได้พูดถึงเหตุผลว่าทำไมเห็ดหลินจือถึงรักษาโรคมะเร็งได้ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าทำไมถึงไม่เป็นมะเร็ง เหตุผลที่เราไม่เป็นมะเร็งก็เพราะ

-ร่างกายเรามี #ระบบภูมิคุ้มกัน

-ร่างกายเรามีระบบแอนติออกซิแดนต์ (Antioxidants) ที่สามารถต่อสู้ ขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ DNA เกิดการเปลี่ยนแปลงมารู้จักอนุมูลอิสระสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งกันก่อนว่า คืออะไร

#อนุมูลอิสระ เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียร เป็นของเสียที่ร่างกายต้องกำจัด ซึ่งอนุมูลอิสระเกิดจากการที่ร่างกายใช้ออกซิเจนเป็นเชื้อเพลิงในการเผาผลาญ และเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น ยา อาหาร บุหรี TV โทรศัพท์มือถือ อื่นๆเมื่อเซลล์ถูกโจมตีโดยอนุมูลอิสระ จะกลายเป็นของเสีย และที่สำคัญ DNA ที่ถูกอนุมูลอิสระโจมตีอาจกลายพันธุ์ เป็นเซลล์มะเร็งได้ ในร่างกายเราจะมีแอนติออกซิแดนต์ช่วยในการขจัดอนุมูลอิสระ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นความสามารถในการผลิตแอนติออกซิแดนต์ น้อยลง ในขณะที่อนุมูลอิสระกลับมากขึ้นเนื่องจากร่ายกายเผาผลาญไม่สมบูรณ์เกิดเป็นของเสียมากขึ้น ด้วยสาเหตุนี้เราถึงเป็นมะเร็งเมื่ออายุมากเห็ดหลินจือช่วยได้ เพราะ เห็ดหลินจือเป็นแอนติออกซิแดนต์สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้ ลดการเกิดของมะเร็ง ป้องกันโรคมะเร็งโดยปกติผนังเซลล์ในร่างกายเราจะมีศักย์ไฟฟ้า สังเกตง่ายๆตอนแพทย์ตรวจคลื่นหัวใจ คลื่นสมอง จะมีกราฟแสดงการขึ้นลง และศักย์ไฟฟ้าของเซลล์แต่ละอวัยวะจะมีคลื่นไม่เหมือนกันเซลล์ที่เกิดการอับเสบ หรือถูกอนุมูลอิสระก่อกวน ก็จะมีศักย์ไฟฟ้าที่แปรปรวนผิดไป รวมถึงอารมณ์และความเครียดด้วยที่ทำให้ ศักย์ไฟฟ้าแปรปรวน สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เซลล์ที่เป็นมะเร็งแล้วจะมีค่าศักย์ไฟฟ้าสูง เพราะเซลล์มะเร็งโตเร็วต้องการพลังงานมากการที่ค่าศักย์ไฟฟ้าสูงทำให้เกิดปัญหาว่า เมื่อเม็ดเลือดขาวจะเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็ง เจอศักย์ไฟฟ้าสูงทำให้หมดสภาพ ไม่สามารถเอาชนะเซลล์มะเร็งได้ ด้วย

เหตุนี้การรักษามะเร็งด้วยวิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างเดียวจึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

เห็ดหลินจือช่วยได้ คือ เห็ดหลินจือช่วยทำให้ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งต่ำลง ทำให้เม็ดเลือดขาวเข้าไปต่อสู้ทำลายเซลล์มะเร็งได้ เพราะ เห็ดหลินจือมีสารเยอมาเนียมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและมีโครงสร้างที่ สามารถจับกับอิเล็กตรอนทำให้ศักย์ไฟฟ้าบริเวณเซลล์มะเร็งต่ำลง เมื่อศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งต่ำลงทำให้เม็ดเลือดขาวต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ได้ เพราะเหตุนี้เห็ดหลินจือจึงสามารถรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ระบบภูมิคุ้มของร่าง กายได้เห็ดหลินจือช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และให้ภูมิคุ้มกันเป็นตัวกำจัดมะเร็งเอง เนื่องจาก เห็ดหลินจือมีสารเยอรมาเนียมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้วยังมีสารโพลี แซคคาไรด์อีกตัวที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และยังโปรตีน Lz-8 ในเห็ดหลินจือที่ช่วยปรับภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติไม่ผิดเพี้ยน

สรุป เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคมะเร็งได้เพราะ

-เห็ดหลินจือเป็นแอนติอ็อกซิแดนต์ที่ดี สามารถขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

-เห็ดหลินจือช่วยทำให้ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งต่ำลง ทำให้เม็ดเลือดขาวเข้าไปต่อสู้ทำลายเซลล์มะเร็งได้

-เห็ดหลินจือช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในแก่ร่างกายปรับ สมดุลไม่ให้ทำงานผิดเพี้ยน เมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็สามารถต่อสู้กับเชื้อมะเร็งได้

-การทำคีโม นอกจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว เซลล์ปกติบริเวณรอบข้างก็ถูกทำลายไปด้วย ซึ่งต่างจากเห็ดหลินจือ ที่เห็ดหลินจือทำงานผ่านระบบภูมิคุ้มกัน คือ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงทำงานเป็นปกติไม่ผิดเพี้ยน แล้วให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเรานี้เป็นตัวจัดการกับเซลล์มะเร็งเอง ทำให้เซลล์ปกติอื่นไม่โดนทำลาย

เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถแยกแยะได้ว่าเซลล์ไหนเป็นเซลล์ดีหรือเซลล์ ไม่ดี

-การทำคีโม มีผลข้างเคียงทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเม็ดเลือดขาวแห้ง เพราะยาที่ใช้ทำคีโมมีพิษมาก เห็ดหลินจือสามารถช่วยกระตุ้น

ให้ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นได้ จึงลดผลข้างเคียงของการทำคีโมได้บ้าง

-คนที่เป็นโรคมะเร็ง มักจะทานยาแผนปัจจุบันเยอะ รวมถึงทำคีโมด้วย ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าการทานยาแผนปัจจุบันมาก เป็นเวลาติดต่อกัน มีผลข้างเคียงคือ ตับ

โดนทำลายโดยเฉพาะการทำคีโมทำให้ตับเสื่อม เห็ดหลินจือช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพตับ ทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้น

-เห็ดหลินจือมีความปลอดภัยสูง จัดเป็นยาบำรุงร่างกาย ยาอายุวัฒนะ ทานติดต่อกันได้เป็นเวลานาน

 

                                          ตรีผลา

 

#มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก ช่วยในการยับยั้งเชื้อมะเร็ง

สภาวิจัยแห่งชาติสนับหนุนนักวิจัยจากธรรมศาสตร์ ซึ่งค้นพบว่าสารสกัดจากสมุนไพร 3 ชนิดคือ มะขามป้อม สมอไทยและ สมอพิเภก สามารถหยุดมะเร็งและยับยั้งเซลล์ร้ายโดยทดลองฆ่าเซลล์มะเร็งที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการวิจัยได้ผลดี แต่ยังไม่ได้ศึกษาในสัตว์และผู้ป่วยจริง เผยผลวิจัยปูทางผลิตเป็นยาสยบมะเร็งสำคัญที่คร่าชีวิตคนไทย ทั้งมะเร็งตับ ปอด ปากมดลูกและอื่นๆผศ.ดร.สีหณัฐ ธนาภรณ์ สาขาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก สารสกัดสมุนไพร 3 ชนิดนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ การทดลองใช้ระบบมาตรฐานของสหรัฐ โดยเพาะเลี้ยงเซลล์ในจานหลุมและนำสารสกัดมาทดสอบทีละชนิด พบว่ามะขามป้อม สมอไทยและสมอพิเภก สามารถช่วยลดสารก่อมะเร็ง ทั้งยังฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีอีกด้วยด้าน ดร.ชาตรี งามกิติเดชากุล สาขาชีวเคมี สถานวิทยาศาสตร์ฯ หนึ่งในทีมวิจัย เสริมว่า เซลล์มะเร็งที่ทีมวิจัยนำมาทดสอบด้วยการเพาะเลี้ยง ได้แก่ เซลล์มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก รังไข่ ลำไส้และเต้านม ผลสรุปที่แน่ชัดว่า มะขามป้อม สมอพิเภกและสมอไทย มีฤทธิ์ยับยั้งและสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100% โดยมีหลักฐานการทดลองยืนยันถึง 6 ขั้นตอน จากนั้นจะนำไปทดสอบในเชิงคลินิก หรือทดสอบในคนต่อไป

 

#หญ้าปักกิ่ง หรือ #หญ้าเทวดา สมุนไพรรักษามะเร็ง

ภ.ญ.ปัทมา สุนทรศารทูล อธิบายสรรพคุณว่า หญ้าปักกิ่ง หรือในชื่อภาษาจีนว่า เล้งจือเช่า หรือหญ้าเทวดา เป็นยามีรสจืด เย็น มีสรรพคุณในการยับยั้งโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งในคอ มะเร็งตับ มะเร็งมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว การตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บพบว่า ลำต้นหญ้าปักกิ่งมีสารกลุ่มกลัยโคสพิงโกไลบิตส์ เป็นสารต้านมะเร็งระยะต้น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เช่น โรคมะเร็ง #เส้นเลือดหัวใจตีบ #โรคภูมิแพ้ โรคความดันและเบาหวาน สามารถใช้รักษาร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ ช่วยลดอาการข้างเคียงจาการฉายแสง ในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฉายแสงประวัติการรักษาโรคมะเร็งในประเทศนั้น ภญ.ปัทมา กล่าวว่า ประมาณปี 2527 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งดื่มน้ำคั้นสดจากหญ้าเทวดาเพื่อรักษาและบรรเทาอาการจากโรคมะเร็ง สามารถยืดชีวิตต่อไปได้ในระยะหนึ่ง ทำให้หญ้าเทวดาเป็นที่สนใจมาก นอกจากนั้นมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายหนึ่ง แพทย์บอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 3เดือน ขอให้นำไปพักรักษาที่บ้าน แต่ผู้ป่วยได้ดื่มน้ำหญ้าปักกิ่งคั้นสด 1 ปีต่อมายังไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ผลของผู้ป่วยรายนี้กระตุ้นให้มีการศึกษาวิจัยฃคุณสมบัติของ หญ้าเทวดา

ชาวจีนสมัยโบราณใช้หญ้าปักกิ่งเป็นยารักษาโรคมานับพันปีแล้ว รักษาสารพัดโรคครอบจักรวาล เช่น บำรุงพลังปราณ #ปรับสมดุลร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยทำวิจัยคุณสมบัติหญ้าปักกิ่ง พบว่า ไม่มีพิษสะสมต่ออวัยวะอื่น และได้สรรพคุณทางเคมีเภสัชว่า สามารถทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงระยะอ่อน-ปานกลาง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และลำไส้ใหญ่ ซึ่งสารที่แสดงฤทธิ์ คือกลุ่มกลัยโคสพิงโกไลบิตส์

 

 #หญ้าปักกิ่ง กลีบดอกสีฟ้าหรือสีม่วงอ่อน สมุนไพรรักษาโรค" href="https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/">#สมุนไพรรักษามะเร็ง มีสรรพคุณเสริมภูมิต้านทานมะเร็งได้

ด้านสรรพคุณทางยาจากข้อมูลยืนยันด้านวิทยาศาสตร์ พบว่า ในน้ำคั้นสดหญ้าปักกิ่งมีสารกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (จี1บี) มีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้เซลล์มะเร็งรุนแรงเพิ่มขึ้น ต้านการกลายพันธุ์ของยีน และยังเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายด้วยในการนำหญ้าปักกิ่งมาใช้ เพื่อให้ได้สารกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (จี1บี) ครบ ควรใช้หญ้าปักกิ่งที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ในกรณีที่ปลูกโดยใช้การปักชำ แต่หากใช้วิธีการปลูกด้วยเมล็ดต้องใช้ หญ้าปักกิ่งที่มีอายุตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไป ก่อนนำหญ้าปักกิ่งทั้งต้นและรากมาคั้นเอาน้ำ ต้องล้างทำความสะอาดให้ปราศจากสิ่งปนเปื้อนไม่ว่าดินและสารเคมีปริมาณในการดื่ม ดื่มครั้งละ 50 ml วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ก่อนอาหาร ในการรับประทาน ควรรับประทานเป็นรอบ คือ รับประทาน 7 วัน แล้วหยุด 4 วัน แล้วเริ่มรับประทานรอบใหม่กรณีต้อง #การเสริมภูมิต้านทาน ไม่ได้เป็นมะเร็ง ไม่ควรบริโภคเกิน 6-8 สัปดาห์ กรณีลดผลข้างเคียงของการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ของผู้ป่วยมะเร็ง ควรรับประทานเป็นช่วงๆ เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน กรณีป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งและกันการกลับเป็นซ้ำ ควรทานติดต่อกันประมาณ 1 ปี พร้อมทั้งตรวจมะเร็งปีละ 2 ครั้ง

ไม่ควรรับประทานของแสลง ซึ่งมีผลให้ฤทธิ์ยาอ่อนลง เช่น ฟักแฟง แตงกวา ผักกาดขาว มะระ หน่อไม้ หัวไชเท้า และผักบุ้ง

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ล้างพิษ

ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/product-type/1998/มะเร็ง-เนื้องอก.html