วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

สมุนไพร รักษาโรค

 

                               หญ้าปักกิ่ง

 

ล้างพิษ

#สมุนไพรรักษามะเร็ง

มีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่มีสรรพคุณในการป้องกัน และรักษาโรคมะเร็งได้ ดังนั้น ในระยะหลังมานี้ จึงมีผู้ป่วยมะเร็งหลายรายหันมาพึ่งสมุนไพรไทยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ในการรักษาโรค

มะเร็ง คือ เซลล์เนื้อร้ายที่เจริญเติบโตผิดปกติ แทรกซึมเข้าไปในเซลล์ดีที่อยู่โดยรอบ เมื่อเข้าไปในเส้นเลือดและน้ำเหลือง แล้วจะกระจายไปในอวัยวะต่างๆ ทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะนั้นเสื่อมไป

ส่วนสาเหตุของโรคมะเร็งเกิดได้ 3 ทาง คือ

-เกิดจากจากทางพันธ์กรรม

-เกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น สารเคมี รังสี ไวรัส สารพิษจากสิ่งแวดล้อม

-เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมและการโภชนาที่มากไป น้อยไม่ ไม่พอดี

เมื่อสารก่อมะเร็งเข้าไปในร่างกายจะไปจับยีนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดการกลายพันธุ์ หรือกระตุ้นยีนมะเร็งให้แสดงออกมากขึ้น โดยให้เซลล์ปกติเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งแล้วแบ่งตัวไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนเป็นก้อนมะเร็งใหญ่

โรคมะเร็งสามารถป้องกันได้

ร่างกายคนเรามีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้น แต่เราไม่ป่วยเป็นมะเร็งได้เพราะ ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งด้วยระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถต่อสู้กับ มะเร็งได้ ดังนั้น#ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกทำลายด้วยวิธีต่างๆเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ได้แก่ การกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาหารไม่สะอาดเต็มไปด้วยสารพิษ สารก่อมะเร็ง การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ และการไม่ออกกำลังกาย

การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

-การรับประทานอาหารที่มีเส้นใย (Fiber) มาก อาหารที่มีวิตามินเอ ซี อี สูง เช่น กระเทียม หัวหอม ผักใบเขียว ผัก ผลไม้ ตลอดทั้ง #อาหารสมุนไพร เครื่องประกอบอาหารต้องปลอดเชื้อราและสารพิษ

-ลด อาหารไขมันสัตว์

-เลิก อาหารกระป๋อง อาหารที่มีสีสังเคราะห์และสารเคมี เช่น สารกันปูด สีที่ไม่ใช่สีผสมอาหาร

-เลี่ยง อาหารปิ้ง ย่าง เผา อบ รมควัน

ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรรับประทานผักผลไม้เพราะผักผลไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติเป็น ตัวกำจัดอนุมูลอิสระ (แอนตี้ออกซิแดนท์) และสารฆ่ามะเร็ง ในวันหนึ่งๆ ควรได้ผัก 30% ผลไม้ 10% ถั่วและปลา 10% และข้าวกล้อง หรือ มัน เผือก 50%

สมุนไพรรักษามะเร็ง

 

                               เห็ดหลินจือ

 

#เห็ดหลินจือ

นพ. บรรเจิด ตันติวิท ได้กล่าวถึงเห็ดลินจือสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ จากหนังสือ "หลิงจือ กับ ข้าพเจ้า" ซึ่งได้พูดถึงเหตุผลว่าทำไมเห็ดหลินจือถึงรักษาโรคมะเร็งได้ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าทำไมถึงไม่เป็นมะเร็ง เหตุผลที่เราไม่เป็นมะเร็งก็เพราะ

-ร่างกายเรามี #ระบบภูมิคุ้มกัน

-ร่างกายเรามีระบบแอนติออกซิแดนต์ (Antioxidants) ที่สามารถต่อสู้ ขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ DNA เกิดการเปลี่ยนแปลงมารู้จักอนุมูลอิสระสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งกันก่อนว่า คืออะไร

#อนุมูลอิสระ เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียร เป็นของเสียที่ร่างกายต้องกำจัด ซึ่งอนุมูลอิสระเกิดจากการที่ร่างกายใช้ออกซิเจนเป็นเชื้อเพลิงในการเผาผลาญ และเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น ยา อาหาร บุหรี TV โทรศัพท์มือถือ อื่นๆเมื่อเซลล์ถูกโจมตีโดยอนุมูลอิสระ จะกลายเป็นของเสีย และที่สำคัญ DNA ที่ถูกอนุมูลอิสระโจมตีอาจกลายพันธุ์ เป็นเซลล์มะเร็งได้ ในร่างกายเราจะมีแอนติออกซิแดนต์ช่วยในการขจัดอนุมูลอิสระ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นความสามารถในการผลิตแอนติออกซิแดนต์ น้อยลง ในขณะที่อนุมูลอิสระกลับมากขึ้นเนื่องจากร่ายกายเผาผลาญไม่สมบูรณ์เกิดเป็นของเสียมากขึ้น ด้วยสาเหตุนี้เราถึงเป็นมะเร็งเมื่ออายุมากเห็ดหลินจือช่วยได้ เพราะ เห็ดหลินจือเป็นแอนติออกซิแดนต์สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้ ลดการเกิดของมะเร็ง ป้องกันโรคมะเร็งโดยปกติผนังเซลล์ในร่างกายเราจะมีศักย์ไฟฟ้า สังเกตง่ายๆตอนแพทย์ตรวจคลื่นหัวใจ คลื่นสมอง จะมีกราฟแสดงการขึ้นลง และศักย์ไฟฟ้าของเซลล์แต่ละอวัยวะจะมีคลื่นไม่เหมือนกันเซลล์ที่เกิดการอับเสบ หรือถูกอนุมูลอิสระก่อกวน ก็จะมีศักย์ไฟฟ้าที่แปรปรวนผิดไป รวมถึงอารมณ์และความเครียดด้วยที่ทำให้ ศักย์ไฟฟ้าแปรปรวน สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เซลล์ที่เป็นมะเร็งแล้วจะมีค่าศักย์ไฟฟ้าสูง เพราะเซลล์มะเร็งโตเร็วต้องการพลังงานมากการที่ค่าศักย์ไฟฟ้าสูงทำให้เกิดปัญหาว่า เมื่อเม็ดเลือดขาวจะเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็ง เจอศักย์ไฟฟ้าสูงทำให้หมดสภาพ ไม่สามารถเอาชนะเซลล์มะเร็งได้ ด้วย

เหตุนี้การรักษามะเร็งด้วยวิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างเดียวจึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

เห็ดหลินจือช่วยได้ คือ เห็ดหลินจือช่วยทำให้ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งต่ำลง ทำให้เม็ดเลือดขาวเข้าไปต่อสู้ทำลายเซลล์มะเร็งได้ เพราะ เห็ดหลินจือมีสารเยอมาเนียมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและมีโครงสร้างที่ สามารถจับกับอิเล็กตรอนทำให้ศักย์ไฟฟ้าบริเวณเซลล์มะเร็งต่ำลง เมื่อศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งต่ำลงทำให้เม็ดเลือดขาวต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ได้ เพราะเหตุนี้เห็ดหลินจือจึงสามารถรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ระบบภูมิคุ้มของร่าง กายได้เห็ดหลินจือช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และให้ภูมิคุ้มกันเป็นตัวกำจัดมะเร็งเอง เนื่องจาก เห็ดหลินจือมีสารเยอรมาเนียมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้วยังมีสารโพลี แซคคาไรด์อีกตัวที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และยังโปรตีน Lz-8 ในเห็ดหลินจือที่ช่วยปรับภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติไม่ผิดเพี้ยน

สรุป เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคมะเร็งได้เพราะ

-เห็ดหลินจือเป็นแอนติอ็อกซิแดนต์ที่ดี สามารถขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

-เห็ดหลินจือช่วยทำให้ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งต่ำลง ทำให้เม็ดเลือดขาวเข้าไปต่อสู้ทำลายเซลล์มะเร็งได้

-เห็ดหลินจือช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในแก่ร่างกายปรับ สมดุลไม่ให้ทำงานผิดเพี้ยน เมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็สามารถต่อสู้กับเชื้อมะเร็งได้

-การทำคีโม นอกจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว เซลล์ปกติบริเวณรอบข้างก็ถูกทำลายไปด้วย ซึ่งต่างจากเห็ดหลินจือ ที่เห็ดหลินจือทำงานผ่านระบบภูมิคุ้มกัน คือ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงทำงานเป็นปกติไม่ผิดเพี้ยน แล้วให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเรานี้เป็นตัวจัดการกับเซลล์มะเร็งเอง ทำให้เซลล์ปกติอื่นไม่โดนทำลาย

เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถแยกแยะได้ว่าเซลล์ไหนเป็นเซลล์ดีหรือเซลล์ ไม่ดี

-การทำคีโม มีผลข้างเคียงทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเม็ดเลือดขาวแห้ง เพราะยาที่ใช้ทำคีโมมีพิษมาก เห็ดหลินจือสามารถช่วยกระตุ้น

ให้ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นได้ จึงลดผลข้างเคียงของการทำคีโมได้บ้าง

-คนที่เป็นโรคมะเร็ง มักจะทานยาแผนปัจจุบันเยอะ รวมถึงทำคีโมด้วย ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าการทานยาแผนปัจจุบันมาก เป็นเวลาติดต่อกัน มีผลข้างเคียงคือ ตับ

โดนทำลายโดยเฉพาะการทำคีโมทำให้ตับเสื่อม เห็ดหลินจือช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพตับ ทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้น

-เห็ดหลินจือมีความปลอดภัยสูง จัดเป็นยาบำรุงร่างกาย ยาอายุวัฒนะ ทานติดต่อกันได้เป็นเวลานาน

 

                                          ตรีผลา

 

#มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก ช่วยในการยับยั้งเชื้อมะเร็ง

สภาวิจัยแห่งชาติสนับหนุนนักวิจัยจากธรรมศาสตร์ ซึ่งค้นพบว่าสารสกัดจากสมุนไพร 3 ชนิดคือ มะขามป้อม สมอไทยและ สมอพิเภก สามารถหยุดมะเร็งและยับยั้งเซลล์ร้ายโดยทดลองฆ่าเซลล์มะเร็งที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการวิจัยได้ผลดี แต่ยังไม่ได้ศึกษาในสัตว์และผู้ป่วยจริง เผยผลวิจัยปูทางผลิตเป็นยาสยบมะเร็งสำคัญที่คร่าชีวิตคนไทย ทั้งมะเร็งตับ ปอด ปากมดลูกและอื่นๆผศ.ดร.สีหณัฐ ธนาภรณ์ สาขาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก สารสกัดสมุนไพร 3 ชนิดนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ การทดลองใช้ระบบมาตรฐานของสหรัฐ โดยเพาะเลี้ยงเซลล์ในจานหลุมและนำสารสกัดมาทดสอบทีละชนิด พบว่ามะขามป้อม สมอไทยและสมอพิเภก สามารถช่วยลดสารก่อมะเร็ง ทั้งยังฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีอีกด้วยด้าน ดร.ชาตรี งามกิติเดชากุล สาขาชีวเคมี สถานวิทยาศาสตร์ฯ หนึ่งในทีมวิจัย เสริมว่า เซลล์มะเร็งที่ทีมวิจัยนำมาทดสอบด้วยการเพาะเลี้ยง ได้แก่ เซลล์มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก รังไข่ ลำไส้และเต้านม ผลสรุปที่แน่ชัดว่า มะขามป้อม สมอพิเภกและสมอไทย มีฤทธิ์ยับยั้งและสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100% โดยมีหลักฐานการทดลองยืนยันถึง 6 ขั้นตอน จากนั้นจะนำไปทดสอบในเชิงคลินิก หรือทดสอบในคนต่อไป

 

#หญ้าปักกิ่ง หรือ #หญ้าเทวดา สมุนไพรรักษามะเร็ง

ภ.ญ.ปัทมา สุนทรศารทูล อธิบายสรรพคุณว่า หญ้าปักกิ่ง หรือในชื่อภาษาจีนว่า เล้งจือเช่า หรือหญ้าเทวดา เป็นยามีรสจืด เย็น มีสรรพคุณในการยับยั้งโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งในคอ มะเร็งตับ มะเร็งมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว การตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บพบว่า ลำต้นหญ้าปักกิ่งมีสารกลุ่มกลัยโคสพิงโกไลบิตส์ เป็นสารต้านมะเร็งระยะต้น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เช่น โรคมะเร็ง #เส้นเลือดหัวใจตีบ #โรคภูมิแพ้ โรคความดันและเบาหวาน สามารถใช้รักษาร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ ช่วยลดอาการข้างเคียงจาการฉายแสง ในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฉายแสงประวัติการรักษาโรคมะเร็งในประเทศนั้น ภญ.ปัทมา กล่าวว่า ประมาณปี 2527 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งดื่มน้ำคั้นสดจากหญ้าเทวดาเพื่อรักษาและบรรเทาอาการจากโรคมะเร็ง สามารถยืดชีวิตต่อไปได้ในระยะหนึ่ง ทำให้หญ้าเทวดาเป็นที่สนใจมาก นอกจากนั้นมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายหนึ่ง แพทย์บอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 3เดือน ขอให้นำไปพักรักษาที่บ้าน แต่ผู้ป่วยได้ดื่มน้ำหญ้าปักกิ่งคั้นสด 1 ปีต่อมายังไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ผลของผู้ป่วยรายนี้กระตุ้นให้มีการศึกษาวิจัยฃคุณสมบัติของ หญ้าเทวดา

ชาวจีนสมัยโบราณใช้หญ้าปักกิ่งเป็นยารักษาโรคมานับพันปีแล้ว รักษาสารพัดโรคครอบจักรวาล เช่น บำรุงพลังปราณ #ปรับสมดุลร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยทำวิจัยคุณสมบัติหญ้าปักกิ่ง พบว่า ไม่มีพิษสะสมต่ออวัยวะอื่น และได้สรรพคุณทางเคมีเภสัชว่า สามารถทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงระยะอ่อน-ปานกลาง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และลำไส้ใหญ่ ซึ่งสารที่แสดงฤทธิ์ คือกลุ่มกลัยโคสพิงโกไลบิตส์

 

 #หญ้าปักกิ่ง กลีบดอกสีฟ้าหรือสีม่วงอ่อน สมุนไพรรักษาโรค" href="https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/">#สมุนไพรรักษามะเร็ง มีสรรพคุณเสริมภูมิต้านทานมะเร็งได้

ด้านสรรพคุณทางยาจากข้อมูลยืนยันด้านวิทยาศาสตร์ พบว่า ในน้ำคั้นสดหญ้าปักกิ่งมีสารกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (จี1บี) มีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้เซลล์มะเร็งรุนแรงเพิ่มขึ้น ต้านการกลายพันธุ์ของยีน และยังเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายด้วยในการนำหญ้าปักกิ่งมาใช้ เพื่อให้ได้สารกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (จี1บี) ครบ ควรใช้หญ้าปักกิ่งที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ในกรณีที่ปลูกโดยใช้การปักชำ แต่หากใช้วิธีการปลูกด้วยเมล็ดต้องใช้ หญ้าปักกิ่งที่มีอายุตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไป ก่อนนำหญ้าปักกิ่งทั้งต้นและรากมาคั้นเอาน้ำ ต้องล้างทำความสะอาดให้ปราศจากสิ่งปนเปื้อนไม่ว่าดินและสารเคมีปริมาณในการดื่ม ดื่มครั้งละ 50 ml วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ก่อนอาหาร ในการรับประทาน ควรรับประทานเป็นรอบ คือ รับประทาน 7 วัน แล้วหยุด 4 วัน แล้วเริ่มรับประทานรอบใหม่กรณีต้อง #การเสริมภูมิต้านทาน ไม่ได้เป็นมะเร็ง ไม่ควรบริโภคเกิน 6-8 สัปดาห์ กรณีลดผลข้างเคียงของการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ของผู้ป่วยมะเร็ง ควรรับประทานเป็นช่วงๆ เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน กรณีป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งและกันการกลับเป็นซ้ำ ควรทานติดต่อกันประมาณ 1 ปี พร้อมทั้งตรวจมะเร็งปีละ 2 ครั้ง

ไม่ควรรับประทานของแสลง ซึ่งมีผลให้ฤทธิ์ยาอ่อนลง เช่น ฟักแฟง แตงกวา ผักกาดขาว มะระ หน่อไม้ หัวไชเท้า และผักบุ้ง

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ล้างพิษ

ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/product-type/1998/มะเร็ง-เนื้องอก.html

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559

งาดำ งาดำสมุนไพรสรรพคุณ บำรุงกระดูกและข้อ ชะรอชรา

งาดำ ภาษาอังกฤษ คือ Black Sesame Seeds มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum indicum Linn. เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดในแถบประเทศเอธิโอเปีย ถูกนำเข้ามาในอินเดีย จีน แอฟริกาเหนือ และเอเชียใต้เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน งาดำเป็นงาชนิดเดียวกับงาขาว แต่แตกต่างกันที่สีของเมล็ดเท่านั้นเอง


   ในประเทศไทยงาดำถูกนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านยารักษาโรค อาหาร และเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำไปเติมลงในอาหาร หรือแม้แต่นำไปสกัดเป็นน้ำมันงาดำ เนื่องจากอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร โดยในงาดำปริมาณ 100 กรัม มีแคลอรี 573 กิโลแคลอรี พร้อมด้วยมีคุณภาพทางอาหารการดังนี้
          - น้ำ 4.69 กรัม
          - โปรตีน 17.73 กรัม
          - คาร์โบไฮเดรต 23.45 กรัม
          - ไฟเบอร์ 11.8 กรัม
          - น้ำตาล 0.30 กรัม
          - แคลเซียม 975 มิลลิกรัม
          - ธาตุเหล็ก 14.55 มิลลิกรัม
          - แมกนีเซียม 351 มิลลิกรัม
          - ฟอสฟอรัส 629 มิลลิกรัม
          - โพแทสเซียม 468 มิลลิกรัม
          - โซเดียม 11 มิลลิกรัม
          - สังกะสี 7.75 มิลลิกรัม
          - ไทอะมีน 0.791 มิลลิกรัม
          - ไรโบฟลาวิน 0.247 มิลลิกรัม
          - ไนอะซิน 4.515 มิลลิกรัม
          - วิตามินบี 6 0.790 มิลลิกรัม
          - โฟเลต 97 ไมโครกรัม
          - วิตามินอี 0.25 มิลลิกรัม
          - ไขมันอิ่มตัว 6.957 กรัม
          - ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 18.759 กรัม
          - ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 21.773 กรัม

สรรพคุณของงาดำ งาดำมีสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย และยังมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัย รวมไปถึงช่วยในการบำรุงผิวให้สดใสอยู่เสมอ  ในงาดำยังมีโปรตีนบางชนิด ที่เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ช่วยในเรื่องการนอนหลับทำให้หลับพักผ่อนสบาย ช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกเปราะกระดูกพรุน ดูแลรักษาการเกิดโรคท้องผูก บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ต้านทานอาการข้ออักเสบ โรคข้อเสื่อม

งาดำ มีความสำคัญอย่างมากต่อความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ
  • ช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • ช่วยซ่อมแซมด้วยกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนังของคุณ
  • ประโยชน์ของงาดำช่วยบำรุงรักษารากผมให้แข็งแรง และช่วยให้ผมดกเงางาม
  • ช่วยป้องกันผมหงอก
  • ช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงของร่างกาย
  • ช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ลดความอ้วน
  • ช่วยลดการดูดซึมพร้อมกับการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล
  • ช่วยคุ้มกันหลอดเลือดแข็งตัว
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรงยิ่งขึ้น
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยปกป้องการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยลดความเครียด
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทกับสมอง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท
  • งาดำมีธาตุเหล็กซึ่งช่วยบำรุงโลหิต
  • ช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด ป้องกันเกล็ดเลือดที่จะเกาะตัวกันเป็นลิ่ม
  • ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  • การรับประทานงาดำพร้อมกันถั่วจะทำให้ร่างได้รับโปรตีนอย่างครบถ้วน ซึ่งบางตัวเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้
  • ช่วยให้นอนหลับสบาย ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา และตะคริว
  • ช่วยบำรุงกระดูกพร้อมด้วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร
  • ช่วยต้านการอักเสบจากโรคข้อเสื่อม ยับยั้งการเสื่อมสลาย
  • น้ำมันงาสามารถนำมาใช้เป็นยานวดร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อช่วยเยียวยารักษาเส้นเอ็นอักเสบ
  • น้ำมันงาช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาการปวดเข่า เคล็ดขัดยอก
  • ผู้ทานมังสวิรัตินิยมใส่งาลงในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้อาหารมีโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น
  • ค่างาดำในการนำมาแปรรูปเป็นงาดำแคปซูล


 งาดำทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์??


การรับประทานงาดำเพื่อให้มีคุณค่าต่อร่างมากที่สุดก็คือการรับประทานงาดำเป็นอาหาร แทนที่จะบริโภคงาดำที่เป็นสารสกัด โดยวิธีที่ดีที่สุดก็คือการบริโภคด้วยวิธีการเคี้ยวจะได้คุณประโยชน์มากที่สุด แต่หากเรานำมาโรยใส่ข้าวหรือใส่เครื่องดื่ม ในบางครั้งเราอาจจะไม่ได้เคี้ยวด้วยซ้ำ จึงทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือดูดซึมไม่ได้เลย ซึ่งวิธีการทานก็ง่าย ๆ ด้วยการนำงาดำมาใส่กับขนมปังโฮลวีต บริโภคทุกเช้าวันละ 10 ช้อนสำหรับผู้สูงอายุ แต่สำหรับคนวัยทำงานก็วันละ 3-4 ช้อนก็เพียงพอแล้ว หรือจะอยู่ในรูปของน้ำเต้าหู้งาดำก็ได้เช่นกัน แต่การรับประทานที่ดีนั้นควรรับประทานอย่างเหมาะพร้อมรับประทานให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุดและหลากหลาย นอกจากการบริโภคแล้วสามารถนำเอาน้ำมันงามาใช้นวดทาบริเวณที่มีอาการปวดและดูแลรักษาเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ เพราะน้ำมันงามีสรรพคุณที่ช่วยนำพาสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ที่ถูกนำมาผสมดูดซึมเข้าไปได้ดีขึ้น

เวปไซต์  www.thaiherbweb.com
Line ID>> @ THAIHERBWEB
Line code>>http://line.me/ti/p/%40thaiherbweb
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน สมุนไพรลดน้ำตาล โรคเบาหวาน

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน



โรคเบาหวาน เกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ, หรือเซลล์ร่างไม่ตอบสนองอย่างเหมาะสมต่ออินซูลินที่ผลิต, อย่างใดอย่างหนึ่ง. น้ำตาลที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยการควบคุมของอินซูลิน ในเมื่ออินซูลินมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้ จึงมีน้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดมาก ไตจึงขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ อันเป็นเหตุให้ปัสสาวะหวานนั้นเอง เบาหวานมีสามชนิดหลัก ได้แก่

เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ แบบนี้อดีตเคยเรียกว่า "เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน" หรือ "เบาหวานวัยแรกรุ่น" มูลเหตุยังไม่ทราบ
เบาหวานชนิดที่ 2 เริ่มขึ้นจากการดื้อต่ออินซูลิน คือ ภาวะที่เซลล์ไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินอย่างเหมาะสม เมื่อโรคดำเนินไป อาจมีการขาดอินซูลินด้วย แบบนี้อดีตเคยเรียก เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน หรือ "เบาหวานที่เกิดในผู้ใหญ่" ที่มาหลักเกิดจากน้ำหนักกายเกินพร้อมด้วยออกกำลังกายไม่เพียงพอ
เบาหวานระหว่างมีครรภ์ เป็นแบบหลักชนิดที่สาม พร้อมด้วยเกิดเมื่อหญิงมีครรภ์ซึ่งไม่เคยมีประวัติเบาหวานมาก่อนมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
การป้องกันและรักษา รวมถึงการรับประทานเครื่องกินที่ดีต่อสุขภาพอนามัย, การออกกำลังกาย, การงดสูบบุหรี่ ด้วยกันการรักษาน้ำหนักกายให้ปกติ. การควบคุมความดันโลหิตและการดูแลเท้าอย่างเหมาะสมก็สำคัญต่อผู้ป่วยเช่นกัน. เบาหวานชนิดที่ 1 ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน. เบาหวานชนิดที่ 2 อาจรักษาด้วยยาพร้อมกับอินซูลินด้วยหรือไม่ก็ได้ อินซูลินและยากินบางชนิดสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงได้ การผ่าตัดลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคอ้วนเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2เบาหวานระหว่างมีครรภ์โดยปกติหายได้เองหลังทารกคลอด

ไม่มีมาตรการป้องกันที่รู้จักกันดีสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1. เบาหวานชนิดที่ 2 มักจะสามารถปกป้องรักษาได้โดยการเป็นคนน้ำหนักปกติ, การออกกำลังกาย, พร้อมทั้งรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพต่อเนื่อง การเปลี่ยนอาหารที่รู้จักกันว่ามีศักยภาพในการช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคเบาหวานจะเป็นอาหารการกินที่อุดมด้วยธัญพืชและเส้นใย, และเลือกไขมันที่ดีเช่นไขมันไม่อิ่มตัวหลายจุดที่พบในถั่ว, น้ำมันพืชและปลา การจำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและการกินเนื้อแดงพร้อมทั้งแหล่งไขมันอิ่มตัวอื่นๆให้น้อยลงก็สามารถช่วยในการสนอมโรคเบาหวานได้อีกด้วย การสูบบุหรี่ก็เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ดังนั้นการเลิกสูบบุหรี่จะเป็นมาตรการปกป้องรักษาที่สำคัญเช่นกัน

การดูแลและป้องกันโรคเบาหวานขึ้นตานั้นทำได้ไม่ยาก หากเราใส่ใจกับการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการควบคุมโภชนา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่วมกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ความดันโลหิต ไขมันในเส้นเลือด โรคไต หรือการสูบบุหรี่ เป็นต้น ควรตรวจอนามัยตาโดยจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ตามัว มีเงาดำลอยไปมา ควรรีบปรึกษาเวชทันที

 โรคเบาหวาน รักษาได้ด้วยวิถีธรรมชาติ ต้อนรับอนามัยดีพร้อมกับลดน้ำตาลในเลือดได้ด้วยสมุนไพรสรรพคุณเลอค่า นอกจากจะกินยารักษาโรคเบาหวานตามที่แพทย์สั่งแล้ว ผู้ป่วยหลาย ๆ คน ก็ยังเสาะหาวิธีควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งอีกหนทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือการรับประทานสมุนไพรรักษาเบาหวาน เหตุเพราะนอกจากจะช่วยเรื่องโรคเบาหวานได้แล้วก็ยังได้ของแถมเป็นอนามัยที่ดีอีกด้วย

มะระขี้นก สมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือด เรียกว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างแท้จริง ด้วยเพราะสารซาแรนติน (Charatin) ในผลมะระขี้นกที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ทัดทานอาการของโรคเบาหวาน พร้อมกับช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย พร้อมด้วยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด
          นอกจากนี้มะระขี้นกยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส  (Alpha-glucosidase) อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ขณะที่การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำก็สามารถชะลอความผิดปกติของไต พร้อมด้วยความเสื่อมของเส้นประสาทในร่างกายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นยังชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย ยิ่งไปกว่านี้มะระขี้นกยังมีคุณค่าดี ๆ ต่อสรีระอีกมากมาย และสามารถนำมาทานได้แบบสด ๆ เป็นผักเคียงน้ำพริกได้เลย ดีแบบนี้ไม่หามาลองก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ 

อบเชย หรือชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีสารสำคัญในการช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานกับโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย โดยแค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารการกินที่ทานก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วล่ะค่ะ

ชาเขียว สารโพลีฟีนอลในชาเขียวเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลังที่ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาเซลล์จากการถูกทำลายเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย โดยสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน แถมยังเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยในการลดน้ำหนัก แต่ก็ควรจะดื่มชาเขียวแท้ ๆ นะคะ แบบที่เติมน้ำตาลเยอะ ๆ นั้นเลี่ยงให้ไกลเลยโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ไม่งั้นอาจจะได้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาแทน


 ขมิ้นชัน สมุนไพรที่ให้สีเหลืองสดใสนี้ นอกจากจะช่วยลดอาการอักเสบได้แล้วก็ยังสามารถชะลอการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ โดยพบว่าคนที่มีความเสี่ยงโรคเบาหวานหากรับประทานอาหารที่มีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในขมิ้นติดต่อกันเป็นประจำ_จะช่วยให้ความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง ทั้งนี้มีการสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะสารเคอร์คูมินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง จึงช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายได้นั่นเอง

 ผักเชียงดา สมุนไพรลดน้ำตาล อีกหนึ่งชนิดที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคเบาหวานแบบพื้นบ้านมานานนับพันปี นอกจากประโยชน์ในการช่วยเพิ่มเติมกำลังแล้ว ผักเชียงดายังสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยเจ้าผักชนิดนี้จะนำเอาน้ำตาลในร่างไปเผาผลาญมากขึ้น อีกทั้งยังเข้าไปฟื้นฟูเบต้าเซลล์ของตับอ่อนที่เสียหายจากการถูกน้ำตาลทำลาย ซึ่งเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2 ทั้งนี้ยังช่วยลดลู่ทางที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน แถมยังเพิ่มการหลั่งอินซูลินได้อีกด้วยล่ะ ดีแบบนี้ขอบอกว่าผักเชียงดานั้นมีให้ทานง่าย ๆ แบบแคปซูลกันแล้ว ลองหามารับประทานกันได้ค่ะ

แห้ม  ลดน้ำตาล ความดัน ไขมัน  คุณประโยชน์ ลดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ขับเหงื่อ ขับถ่ายดี ลดความอ้วน ละลายไขมันอุดตันในเส้นเลือด กระเพาะอาหาร ลำไส้เป็นแผล ช่วยขับพิษตกค้าง ปวดหลัง ปวดเอว กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ต้านมะเร็ง ปรับปรุงภูมิต้านทาน ลดคอลเลสเตอรอล ยับยั้งการเกาะของเกล็ดเลือด ปกป้องเซลล์จากรังสี  แต่ในขณะเดียวกัน ต้องจัดช่วงเวลาในการรับประทานแห้มให้พอเหมาะ เช่น ช่วงเช้า ทุกวัน หรือช่วงเย็นทุกวัน เพราะแห้มจะช่วยระบายในส่วน ของการขับถ่าย (การถ่าย)  ทานแห้มเป็นประจำดี แต่พยายามควบคุม ถ้าไม่ควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือด จะลดลงมาก อันนี้ก็ร้ายแรงเช่นกัน

 บอระเพ็ด สมุนไพรลดเบาหวาน สมุนไพรข้างรั้วที่สามารถหาได้ทั่วไปมีสรรพคุณ ลดระดับน้ำตาลในเลือด กลไกในการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากบอระเพ็ดพบว่าออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นการหลั่ง insulin ที่เบตาเซลล์ ทำให้เบตาเซลล์มีความไวต่อความเข้มข้นของ Ca2+ ภายนอกเซลล์ ส่งเสริมให้เกิดการสะสมของ Ca2+ ภายในเซลล์ และทำให้เกิดการหลั่งของ insulin โดยไม่รบกวนการดูดซึมของกลูโคสจากทางเดินอาหารและไม่รบกวนการนำกลูโคสเข้า peripheral cell (Noor and Ashcroft, 1998) อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยเจริญอาหาร เนื่องจากความขมของบอระเพ็ด จึงสามารถใช้เป็นยาที่ทำให้เจริญอาหารได้


 แม้ว่าการใช้สมุนไพรจะช่วยรักษาอาการเบาหวานได้ แต่ก็อย่าลืมว่าสมุนไพรบางชนิดอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย หากคิดจะใช้สมุนไพรควบคู่กับการรักษาละก็ ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนจะดีที่สุดค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @THAIHERBWEB 
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214


ฟ้าทะลายโจร ฟ้าทลายโจร สรรพคุณแก้ไข้ แก้หวัด เจ็บคอ แก้ไอ

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ


สมุนไพร มีบทบาทเกี่ยวกับ การป้องกันการเกิดโรค และ ชะลอความเสื่อม ของร่างกาย คือ การต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ การเกิดโรค พร้อมทั้งความเสื่อมของร่างกาย แนวทางการป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง คือ การเสริมสร้างภูมิต้านทาน การชะลอความแก่ของเซลล์ต่างๆ การเพิ่มการไหลเวียนเลือดพร้อมด้วยรักษาหลอดเลือดแข็งตัวรวมทั้งเสริมการทำงานอย่างเป็นระบบของอวัยวะทุกส่วน ซึ่ง สมุนไพรที่มีบทบาทดังกล่าว อย่าง ฟ้าทะลายโจร ยอ หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น
ฟ้าทะลายโจร ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.Ex Nees สมุนไพรฟ้าทลายโจรแคปซูลด้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในตัว พร้อมทั้งได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย ใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด (Commom cold) เช่นเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล พร้อมกับบรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ 

ฟ้าทลายโจรแคปซูลสรรพคุณ มีการใช้เพื่อจะการป้องกันหวัดมาอย่างยาวนานในประเทศจีน และมีรายงานการวิจัยว่า ฟ้าทลายโจร ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทั้งแบบการสร้างแอนติบอดี เพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอดมี่เข้ามาในร่างกายและกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมก
โครฟาจให้จับกินเชื้อโรคได้ดีขึ้น กลไกการออกฤทธิ์ของสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจรต่อร่างกายมี 3 กลไก คือ
·         มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านการอักเสบ พร้อมทั้งลดอาการจากหวัด
·         มีฤทธิ์ลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส พร้อมด้วยทำให้ความสามารถของเชื้อไวรัสในการเกาะติดกับผนังเซลล์ลดลง จึงทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ยากขึ้น
·         มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการกินระยะยาว ด้วยกันมีการรับรองฟ้าทะลายโจรรักษาหวัดจากองค์การอนามัยโลกอีกด้วย
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรในสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า น้ำต้มฟ้าทะลายโจรมีผลทำให้หนูทดลองแท้งได้
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรบรรเทาอาการไข้หรือเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Steptococcus group A ซึ่งมีอาการรุนแรง และการติดเชื้อแบคทีเรียกกลุ่มนี้อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ไข้รูมาติก โรคหัวใจรูมาติกและไตอักเสบ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคควรกินฟ้าทะลายโจรตามคำแนะนำดังนี้
·         การใช้เกี่ยวกับ บรรเทาสภาพท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ คืออุจจาระไม่เป็นมูกหรือมีเลือดปน ให้กินครั้งละ 500 มิลลิกรัม ถึง 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
·         การใช้เพื่อ บรรเทาอาการของโรคหวัด (common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้กินครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารกับก่อนนอน

ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน พร้อมกับเป็นสมุนไพรที่มีจำนวนการศึกษาวิจัยมากที่สุดชนิดหนึ่งในระดับนานาชาติ ประเทศที่มีการแพทย์ดั้งเดิมที่มีรากฐานมั่นคงอย่างอินเดียและจีน ก็มีประวัติการใช้ฟ้าทะลายโจรมานับพันปี โดยจีนได้ค้นพบสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจร มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2436 วงการแพทย์จีนได้จัดฟ้าทะลายโจรเป็นยาตำราหลวงที่มีคุณค่าเด่นมากตัวหนึ่ง สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวได้ครอบคลุมหลายสรรพคุณ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย
สำหรับการใช้ฟ้าทะลายโจรในประเทศไทยนั้น จำกัดอยู่ในหมู่หมอพื้นบ้านในบางพื้นที่ โดยมีการใช้ในสรรพคุณเดียวกันกับจีน พร้อมกับเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทยมากขึ้น เมื่อราว พ.ศ.2528 ในเวลาต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจรในการลดอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ในระดับนานาชาติ ซึ่งการวิจัยฟ้าทะลายโจร ในคน นับเป็นการค้นคว้าวิจัยที่มีคุณภาพสูง จากการค้นคว้าวิจัยดังกล่าวข้างต้นพบว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถลดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนไม่หลับ เจ็บคอ น้ำมูกไหล อาการไอ จาม พร้อมทั้งทำให้หายจากหวัดได้เร็วขึ้นลดระยะเวลาการขาดงานโดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ การเพิ่มภูมิคุ้มกัน การลดการอักเสบ ทำให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้ลดลง ฟ้าทะลายโจรจึงเป็นสมุนไพรที่มีผลดีในการบรรเทาหวัดมาก เนื่องจากหวัดเป็นโรคที่ไม่มียาแผนปัจจุบันรักษา ต้องพึ่งภูมิต้านทานในตัวคน นอกจากนี้ การศึกษาทางเภสัชวิทยายังพบว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันหัวใจ ต้านมะเร็ง เหตุฉะนี้ ฟ้าทะลายโจรยังมีแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งที่กำลังเป็นสาธารณะสุขที่สำคัญของโลก

ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง มีการศึกษาด้านพิษวิทยาทั้งระยะเฉียบพลัน พิษกึ่งเรื้อรัง พร้อมด้วยพิษเรื้อรัง พบว่ามีความปลอดภัย จึงอนุญาตให้มีการค้นคว้าวิจัยในเด็กอายุระหว่าง 4-11 ขวบ อีกด้วย นอกจากนี้ ฟ้าทะลายโจรยังเป็นสมุนไพรที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ และได้มีผลิตภัณฑ์ ฟ้าทะลายโจรจำหน่ายในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ในรูปแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพอนามัยในการป้องกัน และรักษาหวัด
ประเทศไทยได้บรรจุให้ฟ้าทะลายโจรอยู่ในปัญชียาหลักตั้งแต่ พ.ศ.2542 ขนาดที่แนะนำให้กินคืน วันละ 3-6 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ และกินวันละ 1.5-3 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการหวัด
แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีความปลอดภัยสุงในขนาดที่แนะนำให้ใช้แต่ก็ห้ามใช้ในคนท้อง พร้อมด้วย ห้ามใช้ในคนที่แพ้สมุนไพรตระกูล Acanthaceae ซึ่งการแพ้นี้พบชนิดที่มีการแพ้ที่รุนแรงด้วย  ซึ่งการแพ้แบบรุนแรงดังกล่าวแม้ว่าจะพบได้น้อยก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดได้ทั้งจากยา วัคซีน และสารเคมี เช่นยาในกลุ่มเพนิซิลลิน จากอาหารจำพวกไข่ นม แป้งสาลี นมถั่วเหลือง อาหารทะเล เป็นต้น  การติดคำเตือนว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำให้แพ้แบบรุนแรงได้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ดี พร้อมด้วยควรทำในทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาจากสมุนไพร อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะฟ้าทะลายโจรเพียงอย่างเดียว เนื่องมาจากจะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสใช้สมุนไพรที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลูกเองใช้เองได้มีความปลอดภัยสูง มีงานวิจัยรองรับและสามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพอนามัยให้กับประชาชนและประเทศ ในยามที่ประเทศกำลังถกเถียงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของคนในประเทศ

การดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกัน คือการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @THAIHERBWEB 
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214